หันตัวเดินไปยังสวนด้านหลัง
หลิ่วอวี้เฉินมองถานซวงซวงที่เดินจากไป เขาพยายามจะเปิดปากพูดแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่มองนางเดินหายไปจนลับสายตา
…
ณ เชิงเขาแห่งหนึ่งอันไกลโพ้น
หงส์ขาวเหนื่อยจึงนั่งลงบนพื้น ขยับปีกบินต่อไปไหว
มันหายใจหอบ ขนสีขาวที่สวยงามก็ยุ่งเหยิงไปหมด
“พวกเราจากออกมาแล้ว ซู่อี ข้าคิดว่าเราสองคนไม่รู้ทาง ไม่ควรออกมากันเพียงลำพัง หากบอกหนานเสียนให้รู้อาจจะดีกว่า”
ลำพังแค่ลงจากเขา พวกเขาก็หาทางกันจนหมดแรง ไม่ต้องพูดถึงให้พวกเขาไปในสถานที่ที่ไม่เคยไปเลย
“ข้ารอเขาไม่ไหวแล้ว” ซู่อีขมวดคิ้ว พูดอย่างเฉยชา
หงส์ขาวกังวลจนแทบจะร้องไห้ “แต่พวกเราไม่รู้ทาง แค่ทิศเหนือใต้ออกตกยังแยกไม่ได้ พวกเราจะไปหาเสี่ยวชิงชิงได้อย่างไร”
“อย่ากลัว หากเรื่องแค่นี้เจ้ายังตื่นตระหนก ต่อไปหากพบเจอเรื่องที่ใหญ่กว่าจะจัดการได้อย่างไร” สีหน้าของซู่อีสงบนิ่ง
หงส์ขาวชำเลืองมองเหงื่อที่ผุดมาบนหน้าผากของซู่อี และมองไปยังมือที่กำแน่นของนาง
เจ้าไม่กลัว เจ้าแค่กระวนกระวายจนขาสั่นเท่านั้น
ตอนนี้ซู่อีมีเพียงความรู้สึกเดียว ในสมองของนางเต็มไปด้วยความวุ่นวาย สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนดี
ถ้าหาก…ถ้าหากหนานเสียนอยู่ด้วยคงจะดี อย่างน้อยนางก็คงไม่เหมือนกับตอนนี้ ที่โลกดูราวกับหมุนกลับไปทั้งใบ
“ซู่อี…”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาที่ข้างหูของซู่อี ในขณะเดียวกันนั้นเอง สมองที่เดิมทีเต็มไปด้