สียงกัน จึงแยกตัวออกมาจากสกุลหลิ่ว ไปอยู่กับถานซวงซวงแล้วเพคะ”
“…”
นางไม่ได้อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับหลิ่วอวี้เฉิน
ระหว่างนางและเขา กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้ากันแล้ว
ไม่ได้เกลียดชัง แต่ก็ไม่มีอะไรต้องข้องเกี่ยวกันอีก
“แต่ว่า…” หลิวลี่กะพริบตาปริบๆ “สาวใช้เห็นหลิ่วอวี้เฉินย่องเข้ามาด้านนอกจวนองค์หญิงหลายครั้ง แล้วก็จะยืนหยุดนิ่งอยู่นานนม แต่ก็ไม่ได้เข้าใกล้จวนองค์หญิง รอจนฟ้ามืดถึงจะกลับ สาวใช้คิดว่าหลิ่วอวี้เฉินจะต้องลงมืออะไรทำอะไรสักอย่าง จึงจำเป็นจะต้องรายงานองค์หญิงเพคะ”
ถึงอย่างไรก็ตาม…นางไม่สามารถไปพบเขาได้
“หลิ่วอวี้เฉินหรือ” น่าหลานเยียนขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นชา “คือคนสกุลหลิ่วที่จะฆ่าเจ้าใช่หรือไม่”
“…”
ท่านแม่ หม่อมฉันก็ต้องรักษาหน้านะเพคะ ไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกได้หรือไม่
ทันทีที่ชิงหลิงได้ยินเรื่องนี้ ก็กัดฟันกรอด ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “ฮองเฮาเพคะ หลิ่วอวี้เฉินคนนั้นมันเป็นคนชั่ว นอกจากจะหย่ากับองค์หญิงของเรา แถมยังทำร้ายจนองค์หญิงจะฆ่าตัวตายเพคะ”
สีหน้าของน่าหลานเยียนยิ่งบูดเบี้ยว “ชิงเอ๋อร์เจ้าแต่งงานแล้ว แล้วยังถูกขอหย่าอย่างนั้นหรือ”
“…เรื่องนี้ หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันอธิบายได้…” นางหันหน้า จ้องเขม็งไปยังชิงหลิง ส่งสัญญาณเตือนผ่านแววตา
ทันทีที่ชิงหลิงเห็นสายตาของเฟิงหรูชิง ก็รีบลุกขึ้นยืนและพูดต่อทันที “ฮองเฮา ไม่ได้มีเพียงแค่หลิ่วอวี้เฉิน แต่ยังมีถานซวงซวง รู้ทั้งรู้ว่าหล