่าไปยุ่งกับแคว้นหลิวอวิ๋น ต่อให้น่าหลานเยียนตายแล้ว เราก็ไม่ควรไปหาเรื่องแคว้นหลิวอวิ๋น แคว้นหลงอ้าวเป็นตัวอย่างที่ดี พระองค์ดูสิพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้เป็นอย่างไร น่าหลานเยียนโมโหจนลุกมาจากสุสาน แคว้นจื่ออวิ๋นของเรา…จะต้องเป็นเหมือนแคว้นหลงอ้าวแน่พ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าขุนนางที่เห็นด้วยกับโอวหยางเหวินต่างเสียดายกับสิ่งที่ทำลงไปตอนนั้น
อยู่ดีไม่ว่าดี ทำไมถึงไปหาเรื่องแคว้นหลิวอวิ๋น
ตอนนี้เป็นอย่างไร เฟิงหรูชิงมา น่าหลานเยียนก็มาด้วย!
คนหนึ่งเคยเป็นดุจฝันร้าย
อีกคนเป็น…ตัวที่ทำให้ใครๆ ต่างหวาดผวา!
“ฝ่าบาท” ขุนนางใหญ่อีกคนปาดน้ำตา พูดด้วยความทุกข์ทรมานใจ “จุดจบของแคว้นหลงอ้าวเป็นฝีมือของเฟิงหรูชิง กระหม่อมเคยทูลแล้วผู้หญิงของตระกูลน่าหลานร้ายกาจกว่าผู้ชายนัก พระองค์ไม่ทรงเชื่อ จะบุกตีแคว้นหลิวอวิ๋นให้ได้ ตอนนี้ถึงคราวซวย พวกเราจะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ”
โอวหยางเหวินทำปากหมุบหมิบ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ด้านนอกตำหนักก็มีภาพคนสองคนเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาอยู่ตรงหน้าของเขา
ช่วงเวลานั้น นัยน์ตาของโอวหยางเหวินเบิกโพลง หายใจติดขัด ในใจรู้สึกหวาดกลัวอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมขาทั้งสองข้างอ่อนระทวย อยากจะวิ่งหนีก็หนีไม่ได้
“โอวหยางเหวิน ไม่ได้เจอกันนานนะ” น่าหลานเยียนยิ้มอย่างโอหัง “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะใจกล้าขนาดนี้ เมื่อก่อนเจ้าเห็นข้าเป็นอันต้องหนี บัดนี้เจ้ากล้ากระทั่งรุกรานแคว้นหลิวอวิ๋นหรือ ฮะ?”
พยางค์ส