นับแต่ยอดฝีมือจากสี่แคว้นถูกกำจัดจนสิ้นซาก คนในแคว้นเหล่านั้นต่างพากันอกสั่นขวัญแขวนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเฟิงหรูชิงพาคนกลุ่มหนึ่งที่อารมณ์กำลังเดือดพล่านเดินทางออกจากแคว้นหลิวอวิ๋นมา พวกเขายิ่งรู้สึกกลัวหาที่หลบหนีซ่อนตัวราวกับเต่าหดหัวอยู่ในกระดอง
ยังดีที่ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาแล้วหลายวัน ยังไม่ได้ยินข่าวว่าแคว้นหลิวอวิ๋นจะยกทัพบุกมา คนพวกนั้นจึงรู้สึกเบาใจขึ้น
แคว้นจื่ออวิ๋น
โอวหยางเหวินฮ่องเต้กำลังว่าราชการ เขาฟังบรรดาขุนนางถวายรายงานด้วยความเบื่อหน่าย
ขณะนั้นเอง…
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงกล่าวรายงานด้วยความเร่งรีบดังมาจากนอกท้องพระโรง
ขันทีคนหนึ่งวิ่งมาจากนอกตำหนักอย่างรีบเร่ง สีหน้าดูวิตกกังวล
“ทูลฝ่าบาท องค์หญิงของแคว้นหลิวอวิ๋น…เฟิง…เฟิงหรูชิงมาขอเข้าเฝ้า ตอนนี้รออยู่หน้าประตูวังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
โอวหยางเหวินที่กำลังเอามือเท้าคาง ท่าทางเกียจคร้าน ใครจะรู้ว่าคำพูดของขันทีจะทำให้เขาตกใจจนกลิ้งตกจากบัลลังก์มังกรมากองอยู่ที่พื้น เขาไม่สนภาพลักษณ์อะไรแล้ว เขารีบลุกขึ้นจับมาลาที่สวมอยู่ น้ำเสียงสั่นทั้งตัวก็สั่นเทา
“เมื่อ…เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
“เฟิงหรูชิง องค์หญิงของแคว้นหลิวอวิ๋นพ่ะย่ะค่ะ”
………………………..