ม่รอชิงหย่วนพูด นางยิ้มน้อยๆ แล้วขมวดคิ้ว นางพูดด้วยเสียงเบาและรู้สึกผิด
“ขออภัยด้วยเพคะ น่าหลานฮองเฮา เมื่อครู่คู่หมั้นของหม่อมฉันคิดจะเข้ามาช่วยแม่ทัพน่าหลาน แต่เพราะสุขภาพของหม่อมฉันไม่ดี เขาจึงต้องคอยดูแล และไม่ได้เข้ามาช่วย หากท่านไม่พอใจหม่อมฉันต้องขออภัยด้วย ขออภัยจริงๆ เพคะ”
นางก้มหน้า น้ำเสียงจริงใจ แต่นางไม่เห็นเลยสักนิดว่าคนทั้งหลายที่อยู่ตรงนั้นสีหน้าล้วนเปลี่ยนไป
จู่ๆ สีหน้าของน่าหลานเยียนก็ดูไม่สบอารมณ์นัก
เดิมนางไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรจื่อเยียน เพราะเชื่อว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่อาจฝืนใจ
แต่ว่า…คำพูดของจื่อเยียนทำให้นางรู้สึกเอือม แววตาแสดงท่าทีเย้ยหยัน
“เจ้าจะอวดอะไรข้าหรือ” น่าหลานเยียนเดินเข้าหา ยิ้มเยาะ
“อวดว่าคู่หมั้นเจ้า เพื่อเจ้าแล้วเลือกที่จะไม่สนใจคนอื่น? อวดว่าในใจของเขา เจ้าสำคัญแค่ไหน ข้าจำได้ว่าคู่หมั้นของเจ้า…คือหลานชายข้ามิใช่หรือ แล้วผู้ชายคนนี้มาจากไหนกัน”
หน้าผากของชิงหย่วนมีเหงื่อไหลซิก เขาดึงแขนจื่อเยียนเพื่อบอกเป็นนัยว่าอย่าพูดอะไรต่อเลย แววตาของจื่อเยียนดูโมโห ก็แค่ผู้หญิงที่แต่งงานไปแล้ว ทำไมชิงหย่วนถึงดูใส่ใจนางขนาดนี้
“น่าหลานฮองเฮา หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้น หม่อมฉัน…”
“เสด็จแม่” เฟิงหรูชิงยิ้ม
“นางถอนหมั้นกับท่านพี่ไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่แคว้นหลิวอวิ๋นขาดเสด็จแม่ไป คนพวกนี้ก็ไม่เห็นแคว้นเราอยู่ในสายตา เขี่ยท่านพี่ของข้าทิ้งอย่าง