ม่”
เฟิงหรูชิง “…”
นางไม่ได้ขืนใจกั๋วซือสักหน่อย ปล่อยข่าวอะไรกัน
“จริงสิ” เฟิงเทียนอวี้ที่เพิ่งหันหลังเตรียมเดินจากไป นึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์ของการมาคราวนี้ เขามองไปยังเฟิงหรูชิงด้วยแววตาสงสัย ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ชิงเอ๋อร์ ร่างกายของเจ้า…”
เขาอดห่วงเฟิงหรูชิงไม่ได้ จึงจะมาอยู่เป็นเพื่อนนาง ใครจะรู้ว่าจะถูกหนานเสียนทำให้หัวเสีย ลืมจุดประสงค์เดิมไปหมด
“เสด็จพ่อ หม่อมฉันไม่เป็นอะไรแล้วเพคะ ลมปราณของหม่อมฉันฟื้นคืนเป็นปกติแล้ว กั๋วซือช่วยหม่อมฉันไว้เพคะ”
หากไม่ใช่เพราะหนานเสียนมาได้ทันเวลา ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเฟิงหรูชิงจะต่อสู้กับพลังของสมอจีนไหว
อีกทั้ง นางไม่สามารถลืมแววตาที่เจ็บปวดคู่นั้นได้ มันฝังลึกลงไปในความทรงจำของนาง ก้าวข้ามกาลเวลา เพื่อได้มาอยู่ตรงหน้านางอีกครั้ง
เฟิงเทียนอวี้งุนงงไปชั่วครู่ แต่แล้วความปิติดีใจก็เกิดขึ้น เขารีบพุ่งไปข้างหน้า สองมือบีบแน่นที่ไหล่ของเฟิงหรูชิง
“ชิงเอ๋อร์ จริงหรือ”
ชิงเอ๋อร์ของเขาไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่เป็นอะไรจริงด้วย!
ฮ่าๆ !
เฟิงเทียนอวี้หัวเราะลั่นออกมา อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา สั่นเทาไปทั้งร่างกาย
หากว่าชิงเอ๋อร์ไม่สามารถฝึกตบะได้อีก เขาและเยียนเอ๋อร์ก็จะดูแลนางเอง! แต่เขารู้ดีว่าการฝึกตบะนั้นสำคัญต่อผู้มีวิทยายุทธมากแค่ไหน
โดยเฉพาะเฟิงหรูชิง!
นางเป็นคนชอบเอาชนะแบบนี้ หากนางเป็นอัมพาตไปละก็ ชีวิตต่อจากนี้ของนางจะต้องทุกข์ระทมมากแค่ไหน!
เขาหว