ะทั่งขยับเขายังไม่กล้าขยับสักนิด เกรงว่าการเคลื่อนไหวสักเล็กน้อย จะทำให้สตรีในอ้อมกอดปลิวไปกับสายลม ไม่ดำรงอยู่อีกต่อไป
ชั่วชีวิตนี้ เฟิงเทียนอวี้ไม่กลัวอะไร ต่อให้ศัตรูตัวฉกาจลอบทำร้าย เขาก็ยังไม่เคยแสดงความอ่อนแอมาก่อน แต่เขาในยามนี้ หัวใจสับสนวุ่นวานอย่างไม่เคยมีมาก่อน เมื่อก่อนเฟิงเทียนอวี้คิดว่าน่าหลานเยียนตายไปแล้ว เขาเคยเจ็บปวด เคยสิ้นหวัง ทว่ายังยืนหยัดมาได้เพราะลูกสาว ตอนนี้มีคนมอบความหวังให้เขา ทำให้เขารู้ข่าวว่าน่าหลานเยียนยังไม่ตาย
เขากลัว…กลัวว่าความหวังจะเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังอีกครั้ง
ความเจ็บปวดเช่นเดิมเขาไม่อาจทนรับไว้ได้อีกเป็นครั้งที่สอง!
“เยียนเอ๋อร์ ขอโทษด้วย ข้ามาช้าไป ข้ามาช้าไปแล้วจริงๆ…”
เหวินเฟิงอึ้งงัน
เขาเชื่อถังอวี้โดยสนิทใจ
ทว่า…ความโศกเศร้าของเฟิงเทียนอวี้ชัดเจนเยี่ยงนี้ มิได้เสแสร้งออกมา
แต่ว่าเขากลายเป็นมดที่เดินอยู่บนด้ายเส้นเดียวกับถังอวี้แล้ว ดังนั้นเขาต้องเชื่อนางต่อไป
…
น้ำตาเอ่อขึ้นมาในกระบอกตาของน่าหลานเยียน ริมฝีปากนางสั่นระริก พูดไม่ออก
บุรุษตรงหน้าคือคนที่นางรักมากที่สุด
เดิมทีนางอยากปรากฏตัวต่อหน้าเขาด้วยใบหน้าที่งดงามที่สุด ค่อยบอกเขาว่า สิบปีมานี้นางสบายดี ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้รับความลำบากใดๆ
ทว่า…ท้ายที่สุดนางยังมาปรากฎตัวต่อหน้าเขาในสถาพที่แสนอนาถ เพียงเพราะนางคิดถึงเขามากเกินไป ต่อให้น่าอดสูขนาดไหน นางก็ยังอยากพบเขาอีกครั้ง!
มิฉะนั้