รู้หรอกว่าหนานเสียนกั๋วซือรักข้าขนาดไหน! หากมิใช่เพราะเจ้า…เพราะหนานเสียนกั๋วซือเกลียดเจ้า ถึงได้พลอยเกลียดข้าไปด้วย ตอนนั้นเขาคงไม่ทอดทิ้งข้าไว้ที่ป่าไผ่ทิศใต้ ข้าคงเป็นภรรยาของเขาไปนานแล้ว!”
หลิวหรงปิดปากเฟิงหรูซวงด้วยฝ่ามือ ดวงตาขุ่นเคืองถลึงใส่เฟิงหรูชิง ทั้งมองเตือนหนานเสียน
“หนานเสียนกั๋วซือ ข้าไม่โทษท่านตอนนั้นข้าก็คิดเหมือนนาง อย่างไรเสียเฟิงหรูชิงกระทำการอุกอาจเกินไปมากมาย แต่ท่านต้องลงมือจัดการนางด้วยตัวเอง มิฉะนั้น ต่อให้ท่านใช้คนแปดคนหามเกี้ยวมาขอข้าแต่งงาน ข้าก็จะไม่แต่งกับท่าน!”
ร่างกายหลิวหรงสั่นระริก นางอ้าปากพะงาบๆ ความสิ้นหวังเผยขึ้นบนใบหน้านาง
เมื่อคนทั้งหลายอยู่พร้อมหน้า นางจะเอ่ยวาจาหลอกลวงเฟิงหรูซวงอย่างในวันนั้นได้อย่างไรกัน
เรื่องนี้นางไม่อาจพูดออกไปได้…
…
บริเวณซากปรักหักพัง
แววตาหนานเสียนจับจ้องฝ่ามืออาบเลือดของเฟิงหรูชิง เขาขมวดคิ้ว จับมือนางเบาๆ “ใครทำร้ายเจ้า”
“นี่…” เสี้ยวนาทีที่เห็นหนานเสียน อารมณ์ของเฟิงหรูชิงสงบลงมาก ตอบกลับไปว่า “ข้าไม่ทันระวังเอง”
เรียวนิ้วยาวของหนานเสียนแตะมุมปากหญิงสาวเบามือ ใช้นิ้วเช็ดเลือดมุมปากให้นาง
“นี่เป็นฝีมือใคร”
“กู้เจิ้นหยาง” เฟิงหรูชิงตอบตามตรง “เขาต่อยข้าหมัดหนึ่ง”
“เช่นนั้นชีวิตเขา พอไหม”
“…”
อะไรกัน
“หนึ่งหมัด หนึ่งชีวิต”
บรรยากาศเงียบสงัดลงทันใด
เฟิงหรูซวงมองบุรุษดุจเทวดาอย่างเหม่อลอย หัวใจคล้ายถูกคนต่อยเข้า หนักอ