ยิน ท่านย่าของนางดื้อรั้นจะเอานางมาด้วยมิเช่นนั้นนางก็จะไม่ยอมไป
ฉินอี๋ไม่มีวิธี เพื่อให้ตระกูลเว่ยต่อสู้ได้อย่างสบายดีจึงต้องฝืนเอานางมาด้วย
ทว่าตอนนี้ดูแล้ว…อยู่กับฉินอี๋นี่ท่าจะไม่ปลอดภัย
เว่ยเมิ่งเจี๋ยกรอกตาไปมา เห็นหลิวเฝ่ยสั่งคนค้นจวนนางก็ยืนไม่ติดรีบวิ่งออกมาจากหลังจวน
“ผู้นำตระกูลหลิวข้าถูกฉินอี๋ลากมา ข้าไม่รู้เรื่อง” เว่ยเมิ่งเจี๋ยเข้าไปร้องไห้เศร้าโศกตรงหน้าหลิวเฝ่ยคุกเข่าลงกับพื้น “ข้าเป็นคนตระกูลเว่ยไม่ใช่คนตระกูลน่าหลาน ขอท่านปล่อยข้ากลับไป ข้าไม่รู้เรื่องด้วยจริง ๆ…”
เว่ยผิ่นเหยาร้องตะโกนด้วยความโกรธ “เว่ยเมิ่งเจี๋ยเจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร? เจ้าเอาชื่อเสียงท่านพ่อไปไว้ที่ใดกัน?”
เว่ยเมิ่งเจี๋ยหันกลับไปชี้เว่ยผิ่นเหยา
“ผู้นำตระกูลหลิว ผู้หญิงคนนี้เป็นน้องสะใภ้ของฉินอี๋ ท่านควรจะกำจัดตระกูลน่าหลานกับตระกูลฉินไปพร้อมกันพวกเราตระกูลเว่ยไม่รู้เรื่องด้วย”
ในจวนใหญ่นอกจากตระกูลฉินกับตระกูลเว่ยแล้วยังมีผู้หญิงตระกูลเจี่ยงหนึ่งในสามตระกูลใหญ่อยู่ด้วย
หลังจากหลิวเฝ่ยนำกลุ่มคนมาปรากฏตัว คนอื่นๆ ได้ยินข่าวก็เดินออกมาจากหลังจวน
ใครจะรู้ทันทีที่เดินออกมาก็เห็นเว่ยเมิ่งเจี๋ยกอดขาหลิวเฝ่ยร้องไห้อย่างน่าสังเวช
“ไร้ยางอาย!” คุณหนูใหญ่ตระกูลเจี่ยงชี้เว่ยเมิ่งเจี๋ยด้วยความโกรธ “พ่อของเจ้าคนตระกูลเจ้าล้วนกำลังสู้สุดชีวิตอยู่ด้านนอก แต่เจ้าในฐานะคนในสามตระกูลใหญ่กลับคุกเข่าให้ศัตรู เจ้าเอาช