มีเพียงครั้งนี้เท่านั้นที่เขาจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
หลิ่วอวี้เฉินหันหลังเตรียมจากไป ทว่าใครจะรู้ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวข้ามธรณีประตูก็มีแรงหนึ่งกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของเขาอย่างกะทันหัน
ร่างของเขาเซไปด้านหน้าล้มลงกับพื้น
ภายใตสายตาที่พร่ามัวใบหน้าเคร่งขรึมหนึ่งก็เข้ามาในสายตา
“อวี้เฉิน เจ้าอยากตายก็อย่าทำให้พวกเราตระกูลหลิ่วต้องพลอยเหนื่อยไปด้วย! เดิมหากเจ้าไม่ไปร่วมรบต่อให้สี่แคว้นทำลายแคว้นหลิวอวิ๋นพวกเราก็ยังยอมจำนนได้ ด้วยความสามารถของตระกูลหลิ่วของพวกเราแล้วไม่ต้องกลัวว่าสี่แคว้นจะไม่รับ หากเจ้าไปร่วมรบในตอนนี้สร้างความแค้นกับสี่แคว้นแล้วก็ไม่สามารถทำได้อีก!”
เจ้าจะทำตระกูลหลิ่วเสียเรื่องไม่ได้!
คนมีชีวิตอยู่ไม่ดีหรือ? จะไปรนหาที่ตายให้ได้!
เกิดในโลกที่วุ่นวายก็ควรปกป้องตัวเองเป็นหลัก ความโกรธแค้นของแคว้นและบ้านเมือง? น่าขัน!
แคว้นหลิวอวิ๋นล่มสลายแล้วบากหน้าไปขออาศัยแคว้นอื่นก็พอแล้ว!
วินาทีก่อนที่หลิ่วอวี้เฉินจะหมดสติ คำพูดของเสนาบดีหลิ่วดังเข้ามาในหูของเขา
นัยน์ตาเขาราวกับแฝงด้วยความตกตะลึง ไม่อยากเชื่อ…
“ฮูหยิน พาเขาไปพัก” เสนาบดีหลิ่วยิ้มเย็น “ในฐานะลูกชายของข้า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ เขากลับไม่รู้ชัด วิ่งไปตายนั่นเป็นเรื่องที่คนโง่เท่านั้นที่ทำ!”
แต่คนโง่ในใต้หล้านี้มีเยอะเหลือเกิน…
………………………………