าวเพียงคนเดียวยังไปต่อสู้ที่ประตูเมือง หากเขายังอยู่ต่อจะเป็นชายชาตรีได้อย่างไร?
หลิ่วอวี้เฉินกลัวตายเช่นเดียวกับเสนาบดีหลิ่ว แต่หลักเหตุผลบางอย่างเขาก็เข้าใจดี
“ไปไม่ได้ อวี้เฉิน เจ้าจะไปไม่ได้!” หลิ่วฮูหยินร้องไห้ปานจะขาดใจกอดขาเขาไว้แน่น
“ให้พวกเขาไปสู้ ให้พวกเขาไปสู้ก็พอแล้ว หากพวกเขาตายกันหมดมีเจ้าเพิ่มไปอีกคนก็ไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์อะไรได้! แม่ไม่มีเจ้าไม่ได้ พวกเราเก็บข้าวของออกไปจากที่นี่ตั้งแต่ตอนนี้เลย”
มุมปากหลิ่วอวี้เฉินยกยิ้มขมขื่น “เมืองหลวงถูกล้อมไว้ท่านคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่พวกเราจะหนีออกไปได้หรือไม่? รอคนพวกนั้นบุกเข้ามาในเมืองหลวงทุกคนก็จะตายกันหมด จากความโหดเหี้ยมอำมหิตของพวกมันแล้วไม่มีทางปล่อยใครไปแม้แต่คนเดียว!”
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปไม่ได้!” หลิ่วฮูหยินร้องเสียงแหลมสีหน้าตื่นตระหนก “มีคนพวกนั้นออกไปสู้ก็พอแล้ว พวกเราตระกูลหลิ่วเป็นตระกูลขุนนาง เดิมพวกเราก็หลบอยู่ข้างหลังให้คนพวกนั้นบุกโจมตีข้าศึกก็พอแล้ว เจ้าห้ามไป!”
ร่างของหลิ่วอวี้เฉินแข็งทื่อยิ่งกว่าเก่า “ท่านแม่…”
“ข้าบอกแล้วว่าห้ามไป!” หลิ่วฮูหยินปล่อยหลิ่วอวี้เฉิน ไม่รู้ไปหยิบมีดสั้นมาจากไหนนำมาจ่อที่คอ
“หากเจ้าก้าวเท้าออกนอกประตูนี้ข้าจะตายต่อหน้าเจ้า!”
หลิ่วอวี้เฉินตะลึงหันกลับไปมองหลิ่วฮูหยิน สักพักเขาจึงพูดขึ้น “ท่านแม่ ท่านกลัวตายมาก”
คนที่กลัวตายคนหนึ่งไม่มีทางฆ่าตัวตายได้
เขาเชื่อฟังแม่มากมาตลอด