ี่น้ำใสใจจริงอย่างจื่อเยียนมีไม่มากนัก และเขาก็ชื่นชมที่นางเป็นแบบนี้
จื่อเยียนกัดริมฝีปาก “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าไปก่อนล่ะ ข้ายังต้องหาทางว่าจะช่วยเสด็จพ่อกับเสด็จพี่ข้าได้อย่างไร”
ชิงหย่วนอึ้ง ในขณะที่เขามีสิ่งที่อยากพูด แต่เมื่อเห็นสายตาอันเด็ดเดี่ยวของจื่อเยียน เขากลับพูดไม่ออกอีกเลย
ช่างเถอะๆ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้จื่อเยียนช่วยพ่อและพี่ของตัวเอง สุดท้าย อย่างมากเขาก็แค่เอาชีวิตของตัวเองเข้าแลกเท่านั้นเอง
เพราะอย่างไร…เขาก็ไม่สามารถเห็นจื่อเยียนเอาชีวิตไปทิ้งต่อหน้าต่อตาไม่แยแสได้
“จริงสิ” ชิงหย่วนหันไปมองสาวใช้ชุดขาวที่ติดตามจื่อเยียนอยู่ข้างๆ สายตาของเขามีความรู้สึกสงสัย “ข้าไม่เคยเห็นสาวใช้คนนี้มาก่อน…”
จื่อเยียนหันหน้ากลับมา นางมองดูสาวใช้ชุดขาวด้วยสายตาเย็นชา แล้วพูดอย่างไร้อารมณ์ว่า “อ้อ ข้าเพิ่งรับมาใหม่น่ะ เจ้าไม่เคยเห็นก็ถูกต้องแล้ว นางเคยถูกคนวางยาพิษจนเป็นใบ้ ข้าเห็นว่านางน่าสงสาร เลยให้ติดตามข้างกายข้า”
“อย่างนี้นี่เอง” ชิงหย่วนเริ่มเข้าใจ
แต่ไม่รู้เพราะอะไร เมื่อเห็นแววตาของสาวใช้ชุดขาว เขารู้สึกว่า…มันมีบางอย่างไม่ปกติ
แววตาของสาวใช้เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานใจ เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจลบเลือนได้ ทำให้เขาต้องมองดูหน้าของนางหลายต่อหลายครั้ง
“เสียวอวิ๋น พวกเราไปกันเถอะ” จื่อเยียนขมวดคิ้วแล้วมองไปที่สาวใช้ชุดขาว พูดด้วยเสียงเย็นชา
สาวใช้ชุดขาวตัวสั่น นางเลิกม