งคำเตือนของคุณชายหนานเสียน ใบหน้าอันสง่างามของเขากลับมีรอยยิ้มที่ดูจนใจ
“ให้จื่อเยียนเข้ามาพบข้าได้เลย”
“เจ้าค่ะ ท่านผู้พิทักษ์”
สาวใช้รีบเดินออกไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง ไม่ไกลจากหอผู้พิทักษ์ มีหญิงสาวนางหนึ่งเดิมตามสาวใช้ของจวนมา นางมองดูทิวทัศน์อันเขียวขจี
หญิงสาวในชุดสีม่วง งามสง่าและสูงส่ง ผมดำสลวยปักด้วยปิ่นหยกเล่มงาม ใบหน้าผุดผ่องดั่งหยกน้ำงาม สีหน้าดูเป็นกังวลเล็กน้อย
การก้าวเดินของนางดูคล่องแคล่ว ทันทีที่นางมองไปเห็นชิงหย่วน แววตาที่เดิมเต็มไปด้วยความเสียใจก็กลับกลายเป็นดีใจ นางรีบเดินเข้าไปหาชิงหย่วน
ข้างกายของหญิงสาว ยังมีสาวใช้ในชุดขาวติดตามมาด้วย
ใบหน้าของสาวใช้ปิดอยู่ด้วยผ้าแพรโปร่งสีขาว เมื่อลมพัดชายผ้าแพรเบาๆ ทำให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลได้ลางๆ
“ชิงหย่วน” จื่อเยียนพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของชิงหย่วน นางกอดเขาแน่น ราวกับว่ามีเพียงการทำเช่นนี้ถึงจะช่วยบรรเทาความกระวนกระวายใจให้นางได้ “ชิงหย่วน แคว้นหลงอ้าวเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
ชิงหย่วนตะลึง เขาเดาถูกจริงๆ ที่จื่อเยียนมาหาเขาก็เพราะเรื่องของแคว้นหลงอ้าว
เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด น้ำเสียงฟังดูจนใจ “จื่อเยียน ที่เสด็จพ่อกับเสด็จพี่เจ้าเป็นเช่นนี้ ก็เพราะความผิดที่พวกเขาทำไว้ ข้าเคยเตือนพวกเขาแล้ว พวกเขากลับไม่ฟัง ทำในสิ่งที่ล่วงเกินผู้อื่น ข้าจนปัญญาจริงๆ”
จื่อเยียนตัวแข็งทื่อ นางหลับตาลงเพื่อปิดบังความรู้สึกเอาไว้
ก่อนหน้านี้ที่เกิดเ