อู่กับสัตว์วิเศษระดับห้าไม่ได้มีความแค้นต่อกัน เหตุใดต่อบุกมาตีเมืองด้วย
“ฝ่าบาท!”
เสียงที่ดูลนลานดังขึ้น
เสียงดังกล่าวทำให้เสินอู่รู้สึกกลัว เมื่อได้ยินก็ขาสั่นจนแทบยืนไม่ไหว
“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์กระเสือกกระสนเข้ามา สีหน้าเศร้าโศก “ฝูงสัตว์บุกเข้าเมืองหลวงแล้ว ฝ่าบาทรีบหนีเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
จากเดิมที่ภายในตำหนักกำลังเริงระบำ พริบตาเดียวกลายเป็นความวุ่นวาย เหล่าสาวงามที่กำลังร้องเพลงร่ายรำฮือเป็นผึ้งรังแตก กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นอาหารของพวกสัตว์วิเศษ
เสินอู่ขาสั่น เขาจับพนักเก้าอี้แน่นเพื่อให้ตัวเองยืนอยู่ได้
เขาหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ไร้รังสีของความโอหังเหมือนเมื่อครู่
“ไป!” เขากัดฟันแน่น พยายามข่มใจให้นิ่ง แล้วเดินออกไปนอกตำหนักอย่างรวดเร็ว
…
ในวังหลวงเต็มไปด้วยความปั่นป่วน เสียงกรีดร้องด้วยความกลัวดังระงมไปทั่ว ทำให้ความเงียบสงัดยามค่ำคืนหายไปในชั่วพริบตา
ไม่ไกลออกไป เสือโคร่งตัวหนึ่งยืนอยู่หน้าเหล่าสัตว์วิเศษนับร้อย ดุจดั่งเจ้าป่า
แววตาของมันดูหยิ่งผยองและดูเหยียดๆ ราวกับว่ากำลังมองดูขุนนางผู้เป็นข้ารับใช้
เมื่อเสินอู่มาถึงก็พบกับเสือโคร่งที่แววตาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองตัวนั้น
เมื่อเทียบกับฮ่องเต้อย่างเสินอู่ เสือโคร่งดูคล้ายกับกษัตริย์มากกว่า มันดูสูงส่ง ดูน่าเกรงขาม
เมื่อเทียบกับราศีของเสือโคร่ง เสินอู่กลายเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ในชั่วพริบตา ความรู้สึกแบบนี้ทำให้