บกายของเขา
แววตาของเขาดูเย็นชา สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ เขามองดูเสิ่นเยว่ด้วยสายตาอันหยิ่งทะนง”
“ฌานระดับเจิ่นอู่ขั้นกลางอย่างนั้นหรือ” สีหน้าของเสิ่นเยว่เปลี่ยนไปทันที
ไม่มีใครรู้ดีกว่าเขา ฌานระดับเจิ่นอู่ขั้นกลางของเขาได้มาอย่างไร
คนทั้งหลายต่างคิดว่าเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ มีสติปัญญาชาญฉลาดเหนือคนทั่วไป แต่กลับไม่รู้ว่าเขาก็แค่ใช้สายสัมพันธ์ที่มีกับจื่อเยียนในการเข้าไปฝึกตบะในโลกสันโดษเป็นเวลาหนึ่งปี ถึงบรรลุฌานระดับเจินอู่ขั้นกลางได้
แต่น่าหลานจิ้ง…บรรลุฌานระดับนี้ได้อย่างไร
ที่ทำให้เขารับไม่ได้ก็คือ น่าหลานจิ้งอายุน้อยกว่าเขาตั้งหลายปี หากความสามารถของน่าหลานจิ้งมีคนรู้ต่อๆ กันไป ตำแหน่งผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของเขาคงตกเป็นของคนอื่น
พอคิดถึงจุดนี้ แววตาของเสิ่นเยว่ก็เต็มไปด้วยความโกรธ ดูอาฆาตมาดร้าย
“คิดไม่ถึงว่าเพื่อจื่อเยียนแล้ว เจ้าพยายามได้ขนาดนี้” เสิ่นเยว่หัวเราะหึ “น่าเสียดายที่สุดท้ายนางก็ไม่ใช่คนของเจ้า เจ้าไม่คู่ควรกับนาง”
ครึ่งปีก่อนที่แคว้นหลงอ้าวส่งคนมาถอนหมั้น น่าหลานจิ้งยังฝึกฝนไม่ถึงฌานระดับเจินอู่เลย เวลาเพียงครึ่งปีเขากลับบรรลุฌานระดับเจินอู่ขั้นกลางได้แล้ว
เพียรพยายามขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ทำเพื่อให้ได้จื่อเยียนคืนมา แล้วจะทำไปเพื่ออะไรกัน
“ข้าจะบอกอะไรเจ้าสักอย่าง” เสิ่นเยว่เข้าไปใกล้ๆ น่าหลานจิ้ง เขาแย้มยิ้ม “เจ้ารู้หรือไม่ว่าคู่หมั้นคนปัจจุบันของจื่อเยียนคือใคร เขาเป็