่าสูงนัก ส่วนถ้วยน้ำก็เช่นกัน…”
น้ำเสียงของชายหนุ่มชุดสีเทาดูพลุ่งพล่านและโมโห
แต่เขากลับถูกห้ามปรามเอาไว้
“พอเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว พูดมากไปจะมีประโยชน์อะไร” ชายชุดเขียวเอามือคลึงขมับตัวเอง “ป้ายคำสั่งนั้นเป็นของนายหญิงจริงๆ คนที่มีมันในครอบครองก็คือนายคนรองของจวนเฟิงอวิ๋น ทั้งๆ ที่นายหญิงสลักป้ายนี้เพื่อลูกสาวของนาง แต่ทำไมถึงตกอยู่ในมือของถังอวี้ได้”
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือบนตัวของถังอวี้ยังมีกลิ่นอายของนายหญิงหลงเหลืออยู่ ยิ่งกว่านั้น นางยังมีวิทยายุทธแบบเดียวกับนายหญิงด้วย
นี่แสดงให้เห็นว่า นางเป็นศิษย์ของนายหญิงจริงๆ !
ถ้าป้ายของนายหญิงถูกขโมยไป และถูกถังอวี้ฆ่าละก็ นายหญิงคงไม่สอนวิทยายุทธให้ถังอวี้
ดังนั้นฐานะของถังอวี้ พวกเขาจึงไม่รู้สึกสงสัย
แต่ตอนนี้มาคิดดูอีกที ด้วยนิสัยใจคอของนายหญิง จะรับศิษย์ที่มีความโอหัง ยอมศิโรราบต่อผู้มีอำนาจและกลั่นแกล้งรังแกผู้อ่อนแอกว่าแบบนี้หรือ
“ชิงหย่วน เจ้าออกไปทำภารกิจข้างนอกเป็นประจำ เจ้าจงสืบหาข่าวคราวของนายหญิงต่อไป ข้าไม่เชื่อว่านายหญิงตายแล้ว! เพราะคนที่นี่ นอกจากเหล่าผู้อาวุโสแล้ว มีเพียงเจ้ากับข้า และหงอวี้ที่เคยพบนายหญิง” เฟิงอิงสีหน้าเคร่งเครียด
ชายหนุ่มที่ชื่อชิงหย่วนกัดฟันถาม “พวกเราจะ…ออกไปตามหาคนในครอบครัวของนายหญิงหรือไม่ ด้วยความสามารถของคนในจวนเฟิงอวิ๋นแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากอะไร หากเป็นแบบนี้ไม่แน่ว่า…”
“ไม่ได้!” เฟิงอิงส่ายหน