เจียงฉางเชิงเผชิญกับถ้อยคำหยอกเย้าของเทพธิดาเชียวเหอก็ปรับจิตใจให้กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยอย่างถ่อมตนว่า “เทพธิดาล้อเล่นแล้ว หนนี้ได้มาเยือนล้วนเป็นเพราะโชคดีทั้งสิ้น”
เทพธิดาเชียวเหอส่ายศีรษะแล้วเอ่ยว่า “โชคก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการบำเพ็ญเซียน บางครั้งโชคดีก็เหนือกว่าหลักคำสอนและพรสวรรค์เสียอีก”
เจียงฉางเชิงทำได้เพียงขานรับ
หลังจากนั้นเทพธิดาเชียวเหอก็เชื้อเชิญให้ไปนั่งข้างกันเช่นเดียวกับหนก่อน
เจียงฉางเชิงชะเง้อซ้ายแลขวา ที่แห่งนี้มิใช่ลานเทศนาของเจ้าลัทธิคุนหลุน ท่ามกลางทะเลเมฆที่แผ่ไพศาล ยอดเขาลูกแล้วลูกเล่าโผล่พ้นมาเพียงปลายแหลมราวกับหน่อไม้ยามวสันต์ ณ ขอบฟ้ามีดวงตะวันขนาดมหึมากำลังจะลาลับ
อาทิตย์อัสดงงดงามหาใดเปรียบ มันงามตระการประหนึ่งภาพวาด
หลังจากนั่งลงแล้ว ในที่แห่งนี้มีจำนวนน้อยกว่าที่ลานเทศนาคุนหลุนมาก แต่พวกเขาแต่ละคนกลับมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เห็นชัดว่าไม่ธรรมดา นอกจากผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์เขายังเห็นผู้บำเพ็ญเซียนเผ่าปิศาจที่แสดงเอกลักษณ์ร่างเดิมของแต่ละตนนั่งรวมอยู่ด้วย
“น้อยครั้งนักที่บรรพจารย์เสวียนถีจะเทศนาสั่งสอน หนนี้สอนสั่งเรื่องเคราะห์กรรม มรรคาแห่งกรรมลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก ก็มิรู้ว่าหนนี้จะเข้าใจได้มากน้อยสักเพียงใด” เทพธิดาเชียวเหอมองไปด้านหน้าแล้วกล่าวอย่างเนิบช้า นัยน์เนตรงามของนางเต็มไปด้วยแววตาคาดหวัง “มรรคาแห่งกรรมหรือ นี่มันพอดีเลยมิใช่ห