งอวี้ค้นหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็หาหยกชิ้นนั้นพบ ความดีใจปะทุขึ้นมา
บนป้ายหยกนั้นเขียนตัวอักษรชัดเจน ‘จวนเฟิงอวิ๋น’
จวนอวิ๋นเฟิง ได้ยินมาว่าเมื่อสิบหกปีก่อนเป็นขุมพลังกลุ่มหนึ่งที่ผงาดขึ้นมา ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงหกปี อิทธิพลของจวนเฟิงอวิ๋นมากพอจะเทียบเคียงกับตระกูลที่มีอิทธิพลแล้ว ถึงกระทั่งไม่…ไม่อ่อนด้อยกว่าตระกูลถังเลย
ที่น่าเสียดายคือ สิบปีก่อนประมุขจวนเฟิงอวิ๋นหายตัวไป กระทั่งคนในนจวนเฟิงอวิ๋นยังไม่รู้ว่านางหายตัวไปที่ไหนกันแน่ แต่ต่อให้จวนเฟิงอวิ๋นเป็นมังกรไร้หัว ก็ไม่อ่อนแอกว่าตระกูลผู้มีอิทธิพลอื่น
สิ่งที่ทำให้ถังอวี้คิดไม่ถึงก็คือ หรงเยียนผู้นี้…ก็คือประมุขจวนเฟิงอวิ๋น!
หลายวันก่อนตอนนางเห็นหรงเยียนถือป้ายหยกเหม่อลอยอยู่นั้น นางก็ส่งคนไปสืบข่าวจวนเฟิงอวิ๋น ไม่เช่นนั้นเรื่องเมื่อสิบหกปีก่อนตอนที่นางเพิ่งเกิด นางจะรู้ได้ชัดเจนขนาดนี้อย่างนั้นหรือ
เดิมถังอวี้คิดหมุนกายจากไป พลันพบว่าหรงเยียนกำเอี๊ยมไว้แน่น โทสะปะทุขึ้นในหัวใจ ยื่นมือออกไปดึงเอี๊ยมออกมา
ถึงหรงเยียนยังสลบอยู่ มือนางยังกำเอี๊ยมไว้แน่น ถังอวี้ออกแรงขึ้น ยังดึงเอี๊ยมไปไม่ได้
“ช่างเป็นสตรีที่ใจดำอำมหิตนัก!” ถังอวี้โมโห
ถึงแม้ว่านางเข้าใกล้หรงเยียนเพราะสมบัติของอีกฝ่าย แต่นี่ไม่ได้หมายความจะยอมให้อีกฝ่ายคิดถึงลูกสองคนได้
ทุกสิ่งทุกอย่างของผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นของนางเท่านั้น!
จวนเฟิงอวิ๋นมีแต่นางเป็นผู้สืบทอดเท่านั้น!