สามารถก็….ต่อให้ไม่อาจคำนวนแน่ชัด แต่ก็น่าจะเข้มแข็งนางตาบอดหรือไร ถึงได้ไปติดพันกับหลิ่วอวี้เฉินไม่เลิกราคนทั้งหลายที่มุงอยู่ต่างก็ส่งเสียงเซ็งแซ่ปีนั้น…เฟิงหรูชิงผู้นี้มิใช่ว่าชอบรูปโฉมของหลิ่วอวี้เฉิน จะเป็นจะตายก็ต้องแต่งกับเขาให้ได้ไม่ใช่หรือ คิดไม่ถึงว่าเมื่อตายแล้วคืนชีพกลับมาอีกครั้ง กลับดูแคลนเขาคนทั้งหลายเห็นเฟิงหรูชิงหน้าเปลี่ยนจากเขียวคล้ำเป็นซีดขาว เดี๋ยวก็เปลี่ยนจากซีดขาวเป็นเขียวคล้ำ ราวกับเปิดโรงย้อมสี สีหน้าแปรเปลี่ยนสลับไปเรื่อยแต่ในสายตาเขา ตั้งแต่ต้นจนจบหาไม่เคลื่อนออกจากตัวเฟิงหรูชิงเลยก็ถูก เมื่อก่อนเฟิงหรูชิงเป็นเสมือนภูเขายักษ์ ปราดตามอง นอกจากก้อนไขมันสั่นกระเพื่อมแล้ว ก็คือไขมัน ย่อมชวนให้คนหมดความอยากอาหาร ยามนี้นางเปลี่ยนแปลงไปมาก ส่วนหลิ่วอวี้เฉินก็เป็นพวกชมชอบหญิงงาม…ภรรยาน้อยในเรือนหลังเขาต่างก็เป็นหญิงงามราวบุปผา ก็ไม่มีใครเทียบกับเฟิงหรูชิงได้เลยเขาย่อมเสียใจอยู่แล้ว!“นอกจากนั้น ในฐานะขุนนาง พบข้าแล้วกลับไม่คุกเข่าไม่คารวะ ใครสอนมารยาทเจ้ากัน”น้ำเสียงของสาวน้อยทรงอำนาจเอาเรื่อง กลับทำให้ร่างกายของหลิ่วอวี้เฉินแข็งทื่อไป เขาตกอยู่ในห้วงความตื่นตกใจ เรื่องคารวะจึงไม่ได้อยู่ในสมอง ตอนนี้ได้ฟังคำของเฟิงหรูชิง ถึงได้คุกเข่าอย่างไม่เต็มใจ“อวี้ฉินถวายพระพรองค์หญิง”ชิงหลิงมองเฟิงหรูชิงองค์หญิง ท่านปล่อยให้เขายืนพูดอยู่ตั้งนาน ตอนนี้ค่อยชี้จุดนี้มิใช่ทำเกินไ