กระอักเลือดโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาฉายแววแตกตื่นชัดเจน
นี่…นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ต้นไม้อยู่ดีๆ ก็ล้มลงมา แล้วยังมีก้อนหินยักษ์ปริศนาอีก…
“เอ่อ พวกเราต้องหาคนมารักษานางก่อนหรือไม่?” นายทหารนายหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ทหารอีกคนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ “เราทุกคนต่างก็เป็นผู้บำเพ็ญตบะ หินทับก็ไม่ตาย พานางไปค่ายทหารเลยหากยังชักช้าอยู่ ท่านแม่ทัพกับองค์หญิงต้องอารมณ์ไม่ดีแน่”
เฟิงหรูซวงที่เดิมบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว เมื่อได้ยินประโยคนี้เข้าก็โกรธจนกระอักเลือดออกมาอีก สีหน้าโหดเหี้ยม
เฟิงหรูชิง!
นี่ต้องเป็นเฟิงหรูชิงทำแน่!
นางจะไม่ยอมปล่อยนางไปเด็ดขาด!
ภายใต้แสงพระอาทิตย์ตกดิน หนานเสียนเอามือไพล่หลังข้างหนึ่ง ชายเสื้อโบกปลิวตามแรงลม แววตานิ่งเรียบของเขากวาดมองชิงจู๋ที่พันอยู่บนท่อนแขน เอ่ยออกมาเสียงเรียบ “คำพูดใดที่ควรพูด คำพูดใดที่ไม่ควรพูด เจ้ารู้หรือไม่?”
ชิงจู๋เรียกสติกลับมาจากที่อึ้งอยู่ทันควัน มันรีบพยักหน้ารับ “วางใจเถอะ นายท่าน ข้าจะไม่ให้องค์หญิงรู้เข็ดขาด”
“อือ…” หนานเสียนละสายตานิ่งเรีบของเขาออกจากเฟิงหรูซวง หันหลังเดินเข้าไปในป่าไผ่ทิศใต้
วินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในป่าไผ่ ชิงจู๋หันกลับไปใช้สายตาแบบเดียวกันมองไปเฟิงหรูซวงที่ถูกต้นไม้ทับ
ยายเด็กนี่รังแกใครไม่รังแก มารังแกคนที่นายท่านอยากปกป้อง…
ดังนั้นวันนี้ก็เป็นเพราะนางรนหาที่เอง!
นายท่านน่ะชอบปกป้องจะตาย คนที่ท่านชอบไม่มีทางยอมให้คนอื่นรังแ