ญิงจะตกใจหรือไม่…
ไม่มีใครหันมามองมันสักนิด!
…
เฟิงหรูชิงเงยหน้าขึ้น วินาทีนั้นสบตากับดวงตาเย็นชาของหนานเสียน
เขาสะอาดหมดจด สูงส่งสง่างาม ดุจเทพตกสวรรค์ไม่มีสิ่งมัวหมอง ราวกับว่าหากหยาบคายกับเขาแม้เพียงน้อยนิดก็เป็นการดูหมิ่น!
“กั๋วซือ วันนี้ข้านำเหล้ามาด้วย” นางหยิบเอาไหเหล้าที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมาอย่างอารมณ์ดี พิงอกหนานเสียนยิ้มกริ่ม “ช่วงก่อนหน้านี้เจ้าไม่อยู่ ก็เลยยังไม่ได้ชิมเหล้าวิเศษที่ข้าหมักเองกับมือ เพราะฉะนั้นวันนี้ข้าเลยตั้งใจมาหาเจ้า”
หนานเสียนกวาดสายตามองดูไหเหล้าในมือเฟิงหรูชิงนิ่ง
“ดี”
ไม่ไกลกันนัก ชิงจู๋สะบัดหัวเพิ่งฟื้นจากที่พุ่งชนเมื่อครู่ ใครจะรู้ว่ามันได้ยินคำพูดของหนานเสียนเข้าพอดี พลันเบิกตากว้าง
นายท่าน ท่านเคยทูลฝ่าบาทไปว่า…ด้วยรูปร่างขององค์หญิงแล้วไม่ควรดื่มเหล้าไม่ใช่หรือ?
หนานเสียนสังเกตเห็นแววตาตกตะลึงของชิงจู๋ สายตาเย็นยะเยือกถูกส่งไปให้มันชั่วพริบตาหนึ่ง
แววตานั้นทำให้ชิงจู๋หนาวเหน็บไปทั้งตัว รีบกลืนคำพูดที่เดิมคิดจะเอ่ยออกมาลงไปทันควัน ถอยห่างออกไปหลายก้าว
อื้อ มันไม่รู้อะไรทั้งนั้น…
เฟิงหรูชิงนั่งอยู่ในศาลาไม้ไผ่ข้างๆ หยิบแก้วเหล้าออกมาสามใบ ยิ้มกว้างส่งไปให้ชิงจู๋ที่อยู่ข้างหนึ่งของนาง
“ชิงน้อย ไม่ต้องเกรงใจมาชิมเหล้าที่ข้าหมักด้วยกัน”
หน้าชิงจู๋ดำมืด “ข้าชื่อชิงจู๋ ไม่ได้ชื่อชิงน้อย!”
เฟิงหรูชิงหรี่ตาลงยิ้มกริ่ม “ชิงน้อยกับซุปงู เจ้าเลือกเอาหนึ่ง