าน เจ้าอย่าพูดจาเพ้อเจ้อ พวกเราจะเป็นยาวิเศษได้อย่างไรกัน พวกเราไม่ใช่แน่นอน!”
ชิงหานกะพริบตาปริบๆ พยักหน้ารับ
ได้เห็นดังนั้นฝูเฉินก็โล่งอกยอมปล่อยมืออก
“ท่านพี่ฝูเฉินพูดถูก พวกเราไม่ใช่ยาวิเศษ ไม่อย่างนั้น เกิดท่านแม่รู้เข้าว่าเราเป็นยาวิเศษแล้วจับพวกเรากินจะทำอย่างไร?”
ฝูเฉิน “…”
เด็กนี่โง่หรืออย่างไร?
ขาดสติปัญญาหรือ?
ชิงหานมองไปยังฝูเฉินที่หน้ามืดดำด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ท่านพี่ฝูเฉินข้าพูดอะไรผิดไปหรือท่านพี่ให้ข้าพูดเช่นนี้มิใช่หรือข้าไม่ได้พูดอะไรผิดนี่…”
“…”
เขาอยากจะโยนเด็กนี่ทิ้งไปซะ…
“ชิงหานไม่ผิด” เฟิงหรูชิงปลอบใจชิงหานรอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเก่า “ในเมื่อฝูเฉินเป็นคนสอนให้เจ้าพูด เจ้าก็พูดตามที่เขาบอกแล้ว เพราะฉะนั้นเจ้าไม่ได้พูดอะไรผิด”
“แต่ว่า ดูเหมือนท่านพี่ฝูเฉินจะโกรธแล้ว…”
“พวกเราไม่ต้องไม่สนใจเขา เขาก็ชอบเป็นบ้าอยู่บ่อยๆ อีกเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”
“อื้อ ชิงหานเชื่อฟังท่านแม่”
แขนเล็กสองข้างของชิงหานโอบกอดรอบคอเฟิงหรูชิงแล้วหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางใสเสียยิ่งกว่าเสียงกระดิ่ง และยัง…มีมนตร์บางอย่างที่บอกไม่ถูก
ยาวิเศษที่กัดคนได้แล้วยังมีเสียงหัวเราะที่แฝงด้วยมนตร์…ยัยเด็กคนนี้แท้จริงแล้วเป็นอะไรกันแน่?
อ้อ จริงสิยาวิเศษ…กลายเป็นคนได้?
เฟิงหรูชิงเพิ่งจะรู้สึกตกใจ ทั้งสองตรงหน้านาง…คือยาวิเศษที่กลายเป็นมนุษย์!
“หึ!”
ฝูเฉินทำเสียง หึ ด้วยความหงุดหงิด ถ้าชิงหานไม่ได้หลบอยู่ใ