ิงคิ้วกระตุก “นั่นต้องใช้ยาวิเศษระดับสี่ แถมยังเป็นอันที่หายากในระดับสี่ด้วย ระหว่างทางกลับข้าได้แวะถามที่หออันดับหนึ่งแล้ว แม้แต่หออันดับหนึ่งยังไม่มียาวิเศษเหล่านั้น”
“เช่นนั้นเจ้าก็พัฒนาเองก็ได้แล้วนี่?” ฝูเฉินมองตาเฟิงหรูชิงราวกับมองคนโง่อยู่ “รอเจ้าพัฒนาแล้ว ก็ย่อมสามารถปลูกเองได้”
เฟิงหรูชิงสูดหายใจเข้า ครั้งนี้นางถามก็เหมือนไม่ได้ถาม แค่ปลูกยาวิเศษระดับสี่นางต้องพัฒนาถึงระดับหลิงอู่ภายในหนึ่งปีเชียวและในช่วงเวลานี้พิษในร่างเฟิงเทียนอวี้ก็ห้ามมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
“แม่ผู้เลี้ยงดู เจ้าก็รู้ว่าร่างกายของพ่อเจ้าไม่สู้ดีนักเหตุใดวันนี้เจ้ายังเอาเขามาข่มขู่ หลิวอวิ๋นเซียวอีก?” คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาฝูเฉินก็รู้สึกขุ่นเคืองใจ
“เจ้าไม่รู้หรือว่าการกระทำของเจ้ามันอันตรายแค่ไหน?”
“แล้วอย่างไรเล่า?” หน้าตาเฟิงหรูชิงแสดงถึงความหยิ่งผยองเต็มที่
“ข้าเคยยอมแพ้เมื่อใดกัน? ไม่ว่าร่างกายของเสด็จพ่อจะเป็นเช่นไร ข้าก็จะไม่มีทางยอมแพ้! เด็กตัวเล็กเช่นเจ้าไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก” ฝูเฉินชะงัก เอ่ยออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ “เจ้าไม่กลัวหลิวอวิ๋นเซียวเกิดกล้าดีเดือด จะงัดข้อกับเจ้าหรือ?”
“ไม่กลัว เจ้าขี้แพ้นั่นไม่มีความกล้าหรอก ขู่เขาหน่อยเขาก็รีบยอมแพ้แล้ว”
“…”
จู่ๆ ฝูเฉินก็รู้สึกเหมือนเพิ่งได้รู้จักเฟิงหรูชิงเป็นครั้งแรก มองนางนิ่งไม่ไหวติง
“แม่ผู้เลี้ยงดู…”
ชิงหานอยากจะพูดอะไรบางอย่างเฟิงหรูชิงก็ดึงนาง