มไม่กล้าต่อต้านไท่ฟู่ ขอฝ่าบาทอภัยให้กระหม่อมด้วย”
เฟิงเทียนอวี้ลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกร เหมือนมีไฟกำลังแผดเผาอยู่ในอกของเขา เจ็บปวดจนทรมาน
“เจ้าไม่กล้าต่อต้านถานหลิน แต่กลับกล้าบีบบังคับข้า!” ริมฝีปากของเขาฉีกยิ้มเย็น “ออกประกาศคำสั่งข้า ถานหลินให้ร้ายองค์หญิงต่อหน้าธารกำนัลและยังนำคนก่อกบฏ นำตัวเขาไปขังคุกค่อยสอบสวนวันหลัง”
“…”
ก่อกบฏ?
บรรดาขุนนางตะลึงงัน ตาโตอ้าปากค้าง
ถานหลินแค่เพียงต้องการให้ฝ่าบาทลงโทษองค์หญิง เหตุใดจึงกลายเป็นก่อกบฏได้?
แต่ว่าทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ครั้งนี้ตำแหน่งไท่ฟู่ของถานหลินเกรงว่าจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว…
“ส่วนคนอื่นๆ…” สายตานิ่งเรียบของเฟิงเทียนอวี้กวาดมองทุกคนในท้องพระโรง เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดุดัน “ในเมื่อพวกท่านรู้สึกว่าขุนพลไม่มีประโยชน์ เช่นนั้นพวกท่านก็ไปเฝ้าชายแดนครึ่งปี ครึ่งปีนี้ ตำแหน่งของพวกท่านเราจะหาคนมาแทนชั่วคราว รอพวกท่านกลับมาแล้วจะเข้ารับตำแหน่งต่อหรือไม่ ก็ต้องดูความสามารถของพวกท่าน ต่อจากนี้ตำแหน่งขุนนางทั้งหมดจะต้องเป็นผู้มีความสามารถเท่านั้น”
บรรดาขุนนางฝ่ายบุ๋นเหล่านี้สบายจนชิน อย่าว่าแต่ครึ่งปีเลย แค่เดือนเดียวก็เพียงพอให้พวกเขาอกแตกตายแล้ว
“ฝ่าบาทไว้ชีวิตด้วย”
ตึ่ง!
บรรดาขุนนางต่างพากันคุกเข่า น้ำตานองหน้า พวกเขาละทิ้งชีวิตสุขสบายกินอิ่มนอนหลับในเมืองหลวง ไปเฝ้าที่กันดารแห้งแล้งเช่นนั้นไม่ได้
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะไม่เต็มใจ เช่นนั้นออกปร