นนามว่าเป็นบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นหลิวอวิ๋น แต่เมื่อเทียบกับชายตรงหน้าแล้วต่างกันเหมือนเมฆกับโคลนทุกคนยังไม่ทันได้คลายความประหลาดใจก็ได้เห็นว่าแววตาของเฟิงหรูชิงส่องประกายขึ้นในทันใด กระโจนใส่ชายหนุ่มรูปงามหาใครเปรียบเหมือนกับหมาป่าหิวโซที่กระโจนใส่อาหาร ร่างอ้วนถ้วนทั้งร่างแขวนห้อยอยู่บนตัวของเขาหลิ่วอวี้เฉินและเฟิงหรูซวงนิ่งค้างไปคนอื่นไม่รู้ฐานะของหนานเสียน พวกเขาเข้าออกวังบ่อยครั้งย่อมรู้ดีว่า…ชายผู้นี้อยู่ในสถานะใดของแคว้นหลิวอวิ๋นแม้แต่องค์หญิงสองเฟิงหรูซวงยังมิสามารถเข้าใกล้เขาได้แม้แต่น้อย เหตุใดเฟิงหรูชิงจึงได้ทำเยี่ยงนั้นกับเขา คิดไม่ถึงว่าเขาจะ…ไม่โยนเธอทิ้ง?เฟิงหรูซวงกัดริมฝีปากแน่น เธอมองดูชายหนุ่มรูปงามดั่งทวยเทพแล้วเหลียวมองหลิวอวี้เฉินที่หม่นหมองไร้ราศีข้างกายพลันรู้สึกอัปยศเหลือทน“กั๋วซือ เจ้าบอกว่าจะไปแค่หนึ่งเดือนแท้ๆ เหตุใดจึงไปนานเช่นนี้”แววตาของสาวน้อยส่องประกายกว่าปกติราวกับเพิ่งโดนล้างด้วยน้ำมาอย่างไรอย่างนั้น แต่ดวงตาระยิบระยับคู่นี้ของนางในเวลานี้ไม่สามารถมองเห็นบุคคลอื่นแม้แต่เงา ทั้งหมดนี้มีแค่คนคนเดียวเท่านั้นหลิ่วอวี้เฉินมองเฟิงหรูชิงแน่นิ่งแม้แต่ตอนที่เฟิงหรูชิงตามเกี้ยวพาราสีเขา เขายังไม่เคยเห็น…สายตาแบบนี้ของนาง สะอาดและบริสุทธิ์ ประหนึ่งว่าใต้ผืนฟ้าสามารถมีเงาของคนคนเดียวอยู่ในนั้น“ข้ามีธุระล่าช้าไปหลายวัน” หนานเสียนกั๋วซือหลุบตาลง นิ้วเรีย