ใบหน้างดงามของฉินเฉินเบาๆ “มีหรือที่ข้าจะตาถั่ว เขา…จะเทียบเจ้าได้อย่างไร”
ฉินเฉินยิ้มแย้ม “ชิงชิงสายตาเฉียบนัก ถึงข้าจะทำอะไรไม่เป็น แต่ข้าก็ฉลาดกว่าเขา มีกำลังความสามารถมากกว่า รูปงามกว่า แถมยังยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้า ชิงชิงจะชอบคนไม่เอาไหนอย่างเขาได้อย่างไร”
“ไม่ๆ เขามีเรื่องหนึ่งที่เหนือกว่าเจ้า นั่นคือเรื่องหลงตัวเอง…เรื่องนี้เขามีมากกว่าใคร”
หลิ่วอวี้เฉินสีหน้าเซ็ง เขาประคองตัวเองลุกขึ้นมา พูดด้วยรอยยิ้มแสยะ “องค์หญิงคนๆ นี้ คงไม่ใช่…ผู้ชายที่ท่านตีหัวลากกลับบ้านก่อนหน้านี้หรอกนะ”
แม้หลิ่วอวี้เฉินกับฉินเฉินจะเคยพบกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นหลิ่วอวี้เฉินเพิ่งถูกปล่อยออกจากบ้าน เขายังไม่รู้ข่าวที่คนพูดต่อๆ กัน ตอนนี้รู้แล้วจึงอดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บแนม
ก็แค่นายบำเรอที่ถูกองค์หญิงพากลับจวน อาศัยความหน้าตาดีเพื่อที่จะได้อยู่ในจวนองค์หญิง จะมาเทียบอะไร…กับเขาได้
อย่างน้อย เขาก็ไม่มีทาง…ศิโรราบให้กับอำนาจของผู้หญิงคนนี้
“ขอเพียงนางต้องการข้า แล้วไยต้องตีหัวลากกลับจวน แค่นางพูดมาคำเดียว ทุกอย่างของข้า ข้ายกให้นางทั้งหมด” ฉินเฉินเดินเข้าไปหาหลิ่วอวี้เฉิน
ขณะนั้นเอง เสน่ห์อันเหนือกว่าได้ถาโถมออกมา ท่วมทับจนหลิ่วอวี้เฉินรู้สึกเหมือนไม่มีอากาศจะหายใจ
หลิ่วอวี้เฉินเงยหน้าท่าทางตะลึง สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาและเย็นชาของฉินเฉิน หัวใจของเขาเหมือนจะหยุดเต้น กำหมัดแน่น
เป็นไปได้อย่า