ล่า แต่เอาสำรับอาหารมาให้ฮูหยินรองด้วย บ่าวได้ยินองค์หญิงพูดว่า…อาหารนั่นใส่ยาลงไปด้วย หากคุณชายยังไม่ไปดู ฮูหยินรองต้องเป็นอันตรายแน่ๆ เจ้าค่ะ ฮือๆ” หงเสวี่ยร้องไห้น้ำตาไหลพราก “หากฮูหยินรองเป็นอะไรไป บ่าว…บ่าวคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้”
แน่นอนว่าฉินซวินไม่สนใจว่านางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่ เขารีบเดินไปอยู่ตรงหน้าของหงเสวี่ย แล้วพูดต่อว่าด้วยความโมโห “องค์หญิงมาหาเหยาเอ๋อร์ ทำไมเจ้าไม่รีบมาบอกข้า”
“บ่าว บ่าว…” หงเสวี่ยท่าทีเลิ่กลั่ก ใบหน้าซีดขาว “บ่าวกำลังคิดว่า องค์หญิงคงไม่มีทางทำร้ายฮูหยิน
รอง แต่สุดท้ายบ่าวก็เป็นห่วงฮูหยินรอง คิดไปคิดมา มาเรียนให้คุณชายทราบดีกว่าเจ้าค่ะ”
ฉินซวินยิ่งรู้สึกวิตกกังวล ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป ก็มีเสียงที่ดีใจของเจาหยางดังขึ้นมา
“เจ้าบอกว่าอาหารที่องค์หญิงนำมาใส่ยาด้วยใช่ไหม เยี่ยมไปเลย!”
องค์หญิงนำอาหารบำรุงสุขภาพมา ฮูหยินรองของสกุลฉินมีหวังแล้ว!
ใครจะรู้ว่าทันทีที่เจาหยางพูดจบ ฉินซวินก็รีบหันมาชกเขาจนเจาหยางกระเด็นออกไป
“เจาหยาง รอข้าช่วยเหยาเอ๋อร์เสร็จก่อน ข้าจะมาคิดบัญชีกับเจ้า!”
คนสารเลว ฉินซวินร้อนใจจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ยังมาพูดว่าองค์หญิงใส่ยาลงไปแหละดี?
เขาไม่กล้าทำอะไรองค์หญิง แต่มีหรือจะไม่กล้าสั่งสอนคนสารเลวนี่?
เจาหยางงุนงง
นายกองเจาโมโห
เขาทุบโต๊ะดังปัง ลุกขึ้นด้วยความโมโห “คุณชายฉิน ข้าเห็นแก่หน้าท่านฉินจึงไม่ถือสาท่าน แต่ท่านกลับลงไม้