่ออกว่าฉินซวินกำลังเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของเว่ยผิ่นเหยา เขาส่ายหน้าด้วยความรู้สึกจนใจ “ซวินเอ๋อร์หากเจ้านั่งเฉยๆ ไม่ได้ เจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ”เมื่อพูดจบ เขาก็พูดกับคนสองคนที่กำลังนั่งอยู่“นายกองเจา คุณชายเจา ขออภัยท่านทั้งสองด้วย”ที่นั่งถัดไปคือชายวัยกลางคน เขาผู้นี้ดูองอาจผ่าเผย หน้าตาสง่างาม ส่วนคนที่นั่งข้างๆ เขาคือชายหนุ่มรูปร่างงดงามหากเฟิงหรูชิงอยู่ด้วยละก็ คงจำได้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็คือเจาหยางคนที่นางเคยสนทนาจิปาถะด้วยหลายครั้ง“ฮ่าๆ ความรักที่คุณชายฉินและฮูหยินมีต่อกัน ผู้คนทั้งหลายต่างรู้ดี การที่เขาเป็นห่วงนางนั้นเป็นเรื่องปกติ ข้าเองก็เคยเป็น ทำไมจะไม่เข้าใจ”ฉินซวินได้ยินคำพูดนั้นจึงลุกขึ้นอย่างดีใจ เขาคำนับและกำลังจะเดินจากไป แต่ในขณะที่หันหน้าไปมองก็เห็นสาวใช้คนหนึ่งรออยู่ข้างนอกด้วยท่าทีกังวลแม้สาวใช้คนนี้จะไม่ใช่คนรับใช้ใกล้ชิดเว่ยผิ่นเหยา แต่นางก็เป็นคนที่เว่ยผินเหยาพามาจากบ้านสกุลเว่ยด้วย ดังนั้นเมื่อเห็นนางเดินไปเดินมา ฉินซวินก็ขมวดคิ้ว สายตาของเขาดูกระวนกระวายใจ“หงเสวี่ย เจ้ามาที่นี่ทำไม ไม่ไปคอยรับใช้ฮูหยินรองที่เรือนเล่า”หงเสวี่ยเงยหน้าขึ้น นางรู้สึกดีใจแต่แววตานางเต็มไปด้วยความกังวลนางเป็นสาวใช้ที่แม่ของเว่ยผิ่นเหยายกให้คอยตามปรนนิบัติตอนออกเรือน เดิมคิดว่าเมื่อนางมาอยู่ที่บ้านสกุลฉินจะได้เป็นสาวใช้ที่ได้บำเรอฉินซวิน แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน เว่ยผิ่นเ