งนี่…” เว่ยผิ่นเหยาซดน้ำแกงที่สาวใช้ป้อนให้อีกช้อน นางรู้สึกประหลาด เงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ แววตาแสดงถึงความตะลึง “ท่านใส่ยาลงไปตุ๋นด้วยหรือ”
ฉินอี๋ตกใจ ทุกคนต่างรู้ดีว่ายาจะกินซี้ซั้วไม่ได้ นางไม่เคยได้ยินว่าอาหารจะใส่ยาลงไปปรุงด้วยได้ ดังนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของเว่ยผิ่นเหยา ใจที่รู้สึกเบาก็กลับมาเป็นกังวลอีกครั้ง
“ถูกต้อง” เฟิงหรูชิงยิ้ม “ข้าได้ยินท่านลุงบอกว่าท่านน้าเหยาไม่ค่อยสบาย ข้าเลยตั้งใจปรุงอาหารบำรุงสุขภาพเพื่อนางโดยเฉพาะ อาหารบำรุงสุขภาพนี่ช่วยบำรุงเลือดลม ถ้ากินเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่เพราะในนั้นมียาเป็นส่วนประกอบ จะกินมากๆ ไม่ได้ วันหนึ่งกินแค่ครั้งเดียวก็พอ”
ต่อให้ยาเหล่านี้ไม่เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ คนธรรมดาต่างกินได้ แต่ยาก็คือยา กินมากเกินไปย่อมมีผลกระทบต่อร่างกาย
“มิน่า มิน่าพอหม่อมฉันซดน้ำแกงเข้าไป ถึงรู้สึกมีแรงขึ้นมา ไม่รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพียงแรงเหมือนตอนแรก” เว่ยผิ่นเหยายิ้มใบหน้าที่เคยซีดขาวก็เริ่มดูมีน้ำมีนวล นางยิ้มแล้วพูดว่า “แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หม่อมฉันได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าอาหารบำรุงสุขภาพ”
อาหารบำรุงสุขภาพที่ทำมาครั้งนี้ เฟิงหรูชิงไม่ได้ใส่ยาวิเศษลงไปปรุงด้วย ดังนั้นเว่ยผิ่นเหยาจึงรู้สึกเพียงว่าเริ่มมีแรงขึ้นนิดหน่อย แต่ไม่เห็นผลรวดเร็วขนาดลุกขึ้นนั่งเองได้ แต่แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น สำหรับเว่ยผิ่นเหยาที่นอนติดเตียงมานานหลายปี ไม่ต้องสงสัย