เลยว่านี่จะเป็นอีกความหวังหนึ่งของนาง
“ผิ่นเหยา ข้าจะแมะชีพจรให้เจ้า” ฉินอี๋ยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วจับเส้นชีพจรของเว่ยผิ่นเหยา นางเงียบไปครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นไม่นาน นางลุกขึ้นช้าๆ นางจึงถอนหายใจออกราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก
“ชีพจรของผิ่นเหยาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก องค์หญิงข้าหลงตำหนิท่านไป”
นางยังไม่ลืมตอนที่เฟิงหรูชิงเสแสร้งทำดีแล้ววางยาใส่ฉางเฉียน เพราะเหตุนั้นต่อให้ครั้งนี้เฟิงหรูชิงจะทำตัวเป็นคนดีอย่างไร นางก็ไม่อยากเชื่อใจเฟิงหรูชิงให้มากนัก
เฟิงหรูชิงเข้าใจเรื่องนี้ดีนางยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านป้ากับท่านน้าเหยาไม่ตำหนิที่ข้าเคยทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้ก็ดีมากแล้ว เรื่องอื่นๆ ไม่สำคัญหรอก”
เมื่อเห็นเฟิงหรูชิงเปลี่ยนไปเช่นนี้ เว่ยผิ่นเหยารู้สึกดีใจ
จวนแม่ทัพกับสามตระกูลใหญ่สนิทสนมกันมาหลายชั่วคน เว่ยผิ่นเหยาเป็นเพื่อนสนิทของน่าหลานฮองเฮามานานหลายปี หากเฟิงหรูชิงยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ นับเป็นเรื่องดีสำหรับแคว้นหลิวอวิ๋นและสกุลน่าหลาน
“คนธรรมดาหาใช่ปราชญ์เมธี มีใครบ้างไม่เคยผิดพลาด บัดนี้องค์หญิงรู้ว่าสิ่งใดถูกควรก็เพียงพอแล้ว สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วก็ให้แล้วกันไป ท่านพี่ ท่านก็ปล่อยวางเรื่องอดีตไปเถอะนะ ถือว่าเห็นแก่พี่เขยกับน่าหลานฮองเฮา อย่าเก็บสิ่งผิดพลาดในอดีตของนางไว้ในใจอีกเลย”
ฉินอี๋หัวเราะฝืดๆ อย่างจนใจ “เจ้าน่ะ เอาบทคนดีไป เหลือบนคนชั่วให้ข้าเล่นใช่หรือไม่ ขอแค่นางไม่ทำร้ายคน