ายด้วยความทรมาน
“ได้”
…
ในห้องเว่ยผิ่นเหยาได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา นางลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบากแล้วมองไปที่หน้าประตู นางอยากลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไม่มีแรง นางดิ้นไปดิ้นมาแต่ก็ลุกขึ้นนั่งไม่ได้
“ผิ่นเหยา”
ฉินอี๋สีหน้าตกใจ นางรีบเดินเข้าไปข้างๆ เว่ยผิ่นเหยาแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “เจ้าไม่สบายไม่ต้องลุกขึ้นมาหรอก”
“แค่ก แค่ก!” เว่ยผิ่นเหยาไอ นางหน้าซีดขาว “ท่านพี่ องค์หญิงกลับไปแล้วใช่หรือไม่”
ฉินอี๋อึ้ง นางไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมให้เฟิงหรูชิงเข้ามาเยี่ยมเว่ยผิ่นเหยา
นางเม้มปาก “องค์หญิง…อยากมาเยี่ยมเจ้าน่ะ”
เว่ยผิ่นเหยาอึ้ง จากนั้นไม่นานก็ตั้งสติได้ จึงยิ้มแล้วพูดว่า
“ข้าเดาว่าตอนแรกท่านพี่คงไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนปล่อยนางเข้ามา ที่จริงข้าไม่อ่อนแออย่างที่ท่านคิดหรอกนะ คำพูดบางอย่างทำอะไรข้าไม่ได้หรอก พวกท่านปกป้องข้ามากเกินไปแล้ว”
คำพูดบางคำ ไม่ใช่เพียงองค์หญิงเท่านั้นที่เคยพูด คนทั้งแคว้นหลิวอวิ๋นก็วิจารณ์นางเช่นนี้ แต่มันจะมีผลอะไรเล่า
อย่างไรก็ไม่ไปจากฉินซวิน ไม่มีทาง!
“ผิ่นเหยา…”
ฉินอี๋ถอนหายใจ ที่นางยอมให้เฟิงหรูชิงเข้ามาก็เพราะทำตามคำสามีนางว่า ให้โอกาสนางอีกสักครั้ง…เท่านั้นแหละ
นางยังไม่ทันพูดต่อ ก็มีเสียงฝีเท้าเดินมาจากนอกห้อง
ฉินอี๋หันหลังกลับไปมองก็เห็นเฟิงหรูชิงจูงมือไต้เอ๋อร์เดินเข้าห้องมา
หญิงสาวใบหน้ายิ้มแย้ม หากไม่เป็นเพราะกายของนางอวบอ้วนลำพังดวงตาคู่นั้นที่มีประกาย