รื่องว่าร้ายผิ่นเหยาอยู่ข้างนอก
เพราะเกรงว่าผิ่นเหยาจะเสียชื่อเสียง ฉินอี๋จึงไม่ทำเรื่องให้บานปลาย ได้แต่ปล่อยนางไป
“พี่สาวข้าสุขภาพไม่ดี ข้าไม่ควรไปรบกวนการพักผ่อนของนาง ดังนั้นข้าทำได้เพียงช่วยนางดูแลสามี ไม่อย่างนั้น…พี่เขยข้าจะไม่มีคนคอยปรนนิบัติ ช่างน่าสงสาร”
“เกินไปแล้ว!” แววตาของฉินอี๋ดูโมโห “เจ้าจะบอกว่าสกุลฉินเราไม่มีคนดูแลหรืออย่างไร ไม่ว่าน้องชายข้าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกอย่างเจ้ามาดูแลหรอก!”
นางจงใจเน้นคำว่าคนนอก มันทำให้เว่ยเมิ่งเจี๋ยรู้สึกเจ็บใจ
ทำไมต้องเรียกนางว่าคนนอก แล้วนับเว่ยผิ่นเหยาเป็นคนในด้วย นางเป็นแค่แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้เท่านั้น ยังมีหน้ามายึดตำแหน่งฮูหยินสกุลฉินไป นางไม่อายบ้างหรืออย่างไร
“พี่ฉินอี๋…” เว่ยเมิ่งเจี๋ยยิ้มแล้วกลอกตาไปมองดูสำรับอาหารที่เฟิงหรูชิงถืออยู่ “องค์หญิงมาเยี่ยมพี่สาวของข้า ท่านขวางนางไว้เช่นนี้ไม่ดีแน่ อีกอย่างนางอุตส่าห์เอาอาหารมา หรือว่า…พี่ฉินอี๋เกรงว่าองค์หญิงจะวางยาพี่สาวข้า”
เฟิงหรูชิงยักไหล่ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย นางก็แค่มาเยี่ยมเว่ยผิ่นเหยาเท่านั้น นางไปหาเรื่องใครที่ไหน
“เว่ยเมิ่งเจี๋ย เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” ฉินอี๋แววตาไม่สบอารมณ์ นางเดินไปข้างหน้าและพูดเสียงแข็ง “ข้อแรก หากนับดูแล้วองค์หญิงถือว่าเป็นญาติของผิ่นเหยา การมาเยี่ยมก็เป็นเรื่องปกติ แต่เจ้าใส่ร้ายว่าองค์หญิงวางยาพิษในอาหาร เป็นการทำให้อ