นก็ได้นี่? ทำไมเจ้าต้องคิดตัดพ้อตัวเองด้วย”
ถ้าฉินซวินรับอนุจริงๆ คนที่จะเจ็บช้ำที่สุดก็คือ…เว่ยผิ่นเหยา
สามีของตัวเองจะยอมให้คนอื่นมาแย่งไปได้อย่างไร
“ท่านพี่…” เว่ยผิ่นเหยาน้ำตาไหลนอง “ขอบคุณพวกท่าน ขอบคุณพวกท่านจริงๆ”
โดยทั่วไป หากฮูหยินรองอย่างนางไม่อาจมีบุตรได้ การที่สามีจะรับอนุก็เรื่องปกติ
แต่โชคดีที่นางได้พบกับคนสกุลฉิน!
ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากสกุลฉิน สามีของนาง…คงไม่ปฏิเสธการรับอนุอย่างสง่าผ่าเผยแบบนี้
ถ้าเป็นตระกูลทั่วๆ ไป ในบ้านคงมีผู้หญิงเต็มไปบ้านหมด
แต่สกุลฉินยิ่งดีกับนางเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกผิดในใจมากขึ้นเท่านั้น ทั้งยังเกลียดตัวเองที่ไร้ความสามารถ ไม่อาจมีลูกให้สกุลฉินได้
“น่าหลานฮูหยินขอรับ!”
จู่ๆ เสียงที่ดูรีบร้อนก็ดังมาจากข้างนอก
ฉินอี๋หันหน้าไปมอง เห็นทหารยามวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน เขาคุกเข่าลง “น่าหลานฮูหยิน องค์หญิงกำลังรออยู่ที่หน้าจวน ต้องการพบฮูหยินขอรับ”
“องค์หญิง? นางมาที่นี่ทำไม”
ฉินอี๋มองดูเว่ยผิ่นเหยาด้วยท่าทีกังวล
นางรับปากพ่อและสามีไว้แล้วว่าจะไม่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับองค์หญิง แต่องค์หญิงก่อเรื่องไว้มากมาย นางไม่อาจทำใจให้รู้สึกดีกับองค์หญิงได้
เว่ยผิ่นเหยาหน้าซีด เหมือนนางกำลังคิดถึงคำพูดที่เฟิงหรูชิงเคยพูดไว้
การที่นางไม่อาจมีลูกก็เจ็บปวดอยู่แล้ว แต่เฟิงหรูชิง…กลับย้ำซ้ำๆ กับนาง เย้ยหยันเหน็บแนมซ้ำแล้วซ้ำเล่า! ทำให้ร่างกายจิตใจของนางเหนื่อยล้า ด้ว