เนิดวิญญาณคนแรกของเทียนจิง เหตุการณ์นี้จึงดึงดูดความสนใจของผู้คนมาไม่น้อย
แม้แต่บนท้องฟ้าก็ยังมีเหล่าเทพเซียนมาสอดส่องไปอีก เยี่ยสวินตี่ เทพกระบี่ ชิงเอ๋อร์ ต่างยืนเรียงแถวก้มลงมามองการผ่านด่านเคราะห์ของเจียงเทียนเฉิง
“จิ ๆ หากเขาไม่ใช่อวี้เทียนจิง ข้ายอมให้ตัดศีรษะข้าเลย!” ไป๋ฉีถอนหายใจ ถ้อยคำแฝงแววหวนระลึกถึง
เทพกระบี่พยักหน้าบอกว่า “เช่นนี้จะว่าไปแล้วฝ่าบาทจักรพรรดิสวรรค์กับโอรสสวรรค์แห่งเทียนจิง ความจริงแล้วก็ไม่ใช่การตัดสินใจกะทันหันของมรรคาจารย์สินะ…”
สีหน้าของเยี่ยสวินตี่กับชิงเอ๋อร์แสดงถึงความเคารพเลื่อมใส หลังเปลี่ยนมาบำเพ็ญเซียน พวกเขาจึงเข้าใจความลี้ลับของวิญญาณ เข้าใจความเป็นไปของสังสารวัฏ การกระทำทั้งหลายที่ดูบ้าบอในอดีตของมรรคาจารย์มาวันนนี้พวกเขาเข้าใจแล้ว จึงได้แต่ทอดถอนใจด้วยความทึ่ง
“เดี๋ยวก่อนนะ หากพูดเช่นนี้…” ทันใดนั้นชิงเอ๋อร์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ นางโพล่งออกมาอย่างตกตะลึง แต่นางยังไม่ทันเอ่ยจนจบประโยค สมองก็หวนนึกถึงใบหน้าชราดวงหนึ่ง ความทรงจำช่วงหนึ่งของเมื่อพันปีก่อนผุดขึ้นมาในใจ ทำให้ห้วงอารมณ์สั่นไหว
พวกไป๋ฉีหันมามองนาง พวกเขานึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้เช่นกัน จึงมีท่าทางอึ้งทึ่งกันหมด
ที่แท้นายท่านก็ไม่เคยลืมเลือนผู้คนรอบกาย ไม่รู้ว่านักพรตอัปลักษณ์จวังเฉินผู้นั้นอยู่ที่ใดแล้ว…
ไป๋ฉีพึมพำกับตนเองเสียงเบา สายตาจับจองไปเบื้องล่าง เจียงเทียนเฉิงเริ่มผ่านด่านเคราะห์