้วเสียอีก ไม่ยอมมาเยี่ยมเขาบ้างเลย”
เฟิงหรูชิงหยีตาและยิ้ม “ช่วยไม่ได้ เพื่อแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อ ข้าต้องพัฒนาความสามารถของตัวเอง ช่วงนี้ยุ่งจนไม่มีเวลามาเยี่ยมพระองค์ ก็คงต้องยอมได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู แต่เสด็จพ่อรักข้าขนาดนี้ ข้าว่าพระองค์คงไม่ถือสา”
ช่วงนี้นางยุ่งอยู่กับการฝึกตบะและการปรุงอาหารบำรุงสุขภาพ จะเอาเวลาจากไหนมาเข้าวัง แม้แต่จวนองค์หญิงนางก็ไม่ได้ออกเป็นเวลาหลายวันแล้ว
เฟิงหรูซวงหน้าเจื่อน “ท่านพี่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
“ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” แววตาของเฟิงหรูชิงดูสงสัยและรู้สึกแปลกๆ “หรือว่าเมื่อกี้ข้าพูดอะไรผิดไป เจ้าเป็นห่วงข้า ข้าจะเข้าใจเจ้าผิดได้อย่างไรกัน เว้นเสียแต่เจ้าคิดอย่างนั้นมาแต่แรกแล้ว”
เฟิงหรูซวงโมโหเสียอยากจะตบนางให้ตาย แต่นางรู้ว่าตัวเองสู้คนของทัพเลือดเหล็กไม่ได้ ทำได้แต่เก็บความโมโหนั่นไว้ข้างใน
“จริงสิ เมื่อกี้เข้าได้ยินเจ้าพูดถึงป้ายเลือดเหล็ก?” จู่ๆ น้ำเสียงของเฟิงหรูชิงก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว
“ใครบอกเจ้าว่าป้ายเลือดเหล็กมีเจ้าของ”
เฟิงหรูซวงอึ้ง นางเงยหน้ามองเฟิงหรูชิงอย่างงวยงง “ท่านพี่หมายความว่าอย่างไร”
……………………………………….