เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆ พุ่งเป้าความสนใจไปที่หลิ่วอวี้เฉิน เฟิงหรูซวงก็รู้สึกโล่งอกขึ้นบ้าง
เสด็จแม่เคยบอกไว้ พวกขุนนางใหญ่เหล่านั้นล้วนมีบทบาทสำคัญในราชสำนัก นางต้องรักษาความสัมพันธ์กับลูกหลานขุนนางใหญ่เหล่านั้นไว้ให้ดี ต่อไปพวกเขาอาจช่วยสนับสนุนสกุลสวี ยิ่งกว่านั้น เพื่อสกุลสวีแล้ว นางยังจงใจให้เฟิงหรูชิงทำร้ายคนเหล่านั้นด้วย
แต่ขุนนางเหล่านั้นกลับใฝ่ใจไปที่สกุลน่าหลานเช่นเก่า
ดังนั้น นางจึงคิดเล่นตุกติกกับลูกหลานขุนนางใหญ่พวกนี้ หากยาที่พวกเขาคิดค้นออกมาเป็นผลร้ายกับน่าหลานไต้เอ๋อร์ อย่างนี้สกุลน่าหลานจะต้องแตกหักกับพวกขุนนางใหญ่ และสกุลสวีก็จะได้ช่อง ไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะไม่สวามิภักดิ์ต่อสกุลสวี
แต่ในแผนนี้กลับมองข้ามเฟิงหรูชิงไป มันเกินความคาดหมายของนางมาก
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เฟิงหรูซวงก็เงยหน้าขึ้นมองเฟิงหรูชิงด้วยท่าทีระแวงระวัง จิตใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ด้วยเกรงว่านางจะพูดอะไรออกมาอีก
“อย่างนี้นี่เอง!” เฟิงหรูชิงพูดด้วยอาการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “ข้ากับหลิ่วอวี้เฉินไม่เกี่ยวข้องกันมาตั้งนานแล้ว ทำไมเขาต้องเที่ยวใส่ร้ายข้าด้วย ข้าจะไปคิดบัญชีกับเขาที่บ้านสกุลหลิ่วเดี๋ยวนี้ล่ะ!”
ขณะนั้น เฟิงหรูซวงหน้าซีด แววตาของนางดูกระวนกระวายใจ
ที่นางรู้สึกกลัวยิ่งกว่านั้นคือ ตั้งแต่รู้ว่าอาหารบำรุงสุขภาพของเฟิงหรูชิงช่วยลบเลือนรอยแผลเป็นได้จริง พวกหลินเยว่อิ่งก็เคารพนับถือเฟิงหรูชิงเป็นอันมาก