่างประหลาดใจ “ผู้คนที่นี่ใจกว้างถึงเพียงนั้นเชียวหรือไม่ แบ่งแยกสำนัก ไม่กลัวผู้อื่นร่ำเรียนวิชาจนเป็นหรือไร”
เฉิงฉีหัวเราะลั่น “ฮ่า ๆ พวกเราล้วนเป็นสหายรวมวิถีเดียวกัน ทุกคนต่างกำลังพากเพียรเพื่อกลายเป็นเซียนเหมือนกัน มรรคาจารย์เคยกล่าวเอาไว้ การชุมนุมแลกเปลี่ยนวิชาก็คือความแตกต่างข้อใหญ่ที่สุดระหว่างวิถีเซียนกับวิถียุทธ์ วิถียุทธ์หวาดกลัวการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น แต่วิถีเซียนส่งเสริมให้นำข้อดีมาชดเชยข้อด้อย จับมือกันก้าวไปข้างหน้า ตอนนี้เจ้าอาจยังไม่เข้าใจ เดี๋ยวเจ้าอยู่ไปนานเข้าก็เข้าใจเอง อยู่ที่นี่เจ้ามีสิทธิพบเจอแม้กระทั่งเทพประจำของแดนสวรรค์ แม้แต่จักรพรรดิสวรรค์ยามอยู่ในมหาพิภพจิตจรก็ไม่เคยวางอำนาจ”
หลี่ชางไห่ตื่นตาตื่นใจ นี่มิใช่สหายรวมปณิธานอย่างที่เขาปรารถนาหรอกหรือ ก่อนหน้านี้สมัยอยู่บนมหาพิภพนิลเหลือง เขามักคิดเรื่องหนึ่งอยู่เสมอ หากสำนักใหญ่และเผ่าตระกูลใหญ่เหล่านั้นเผยแพร่วิชายุทธ์ให้ทุกคนเข้าถึงได้ มิใช่วิถียุทธ์ของเผ่ามนุษย์จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกหรือ มิใช่ว่าจะต้านทานการรุกรานของศัตรูอย่างลัทธิโบราณกับแดนโลหิตได้แล้วหรือ
แต่ต่อมาเขาก็เข้าใจ นี่ก็คือมนุษย์ ทรัพยากรเป็นประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือมนุษย์ต้องการความแตกต่างทางสถานะ หากไม่มีความแตกต่างทางสถานะ ความทะเยอทะยานของมนุษย์ก็ยากจะถูกเติมเต็ม
หากวิถีเซียนที่มรรคาจารย์แสวงหามองข้ามความแตกต่างของสถานะได้ ไม