เฟิงหรูซวงส่ายหน้ายิ้มขมขื่น “เรื่องนี้ไม่พูดถึงดีกว่า พวกเจ้ารู้แค่ว่านางเป็นพี่สาวของข้าก็พอแล้ว ท่านพี่ไม่มีแม่ตั้งแต่เล็กท่านแม่ของข้าจึงได้รักนางอยู่หลายส่วน ข้าเคารพนางรักและปกป้องนาง ไม่ว่านางทำอะไรชีวิตนี้ข้าก็สามารถให้อภัยนางได้ไม่มีที่สิ้นสุด”
ในแววตาของนางมีแสงสว่างส่องแพรวพราว มุมปากยกยิ้มบาง น่าหลงใหลเช่นนี้
“แต่ว่า…” เฟิงหรูซวงหลุบตาลงต่ำ ถอนหายใจเบาๆ “นางทำอะไรกับข้า ข้าก็สามารถยกโทษให้นางได้ แต่ที่ข้ายกโทษให้ไม่ได้คือนางทำร้ายไต้เอ๋อร์เช่นนี้ เพื่อไม่ให้ข้าพัฒนายารักษาแผลให้นาง ใส่ร้ายข้า ให้ข้าถูกขังบนภูเขาต้องห้ามจะได้พัฒนาต่อไม่ได้!”
หอแห่งแรกเงียบลงยิ่งกว่าเก่า เงียบจนได้ยินแม้เสียงเข็มหล่น
“เรื่องนี้…” ทันใดนั้นก็มีเสียงใสเสียงหนึ่งดังมาจากนอกประตู ไพเราะดุจเสียงธารน้ำไหล
“ดูเหมือนข้าจะมาโดยมิใช่เวลาสินะ?” เสียงนี้สำหรับเฟิงหรูซวงแล้วราวกับเป็นฝันร้ายก็มิปาน
ร่างของนางแข็งทื่อ กำมือแน่น พยายามเก็บความรู้สึกไว้ภายในอย่างสุดกำลังจึงจะสามารถรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้ ในตอนที่นางหันหลังไปนั้น รอยยิ้มดั่งดอกไม้แรกแย้ม เปลือกนอกที่หอมหวานงดงาม
“ท่านพี่ ท่านมาที่นี่ได้เยี่ยงไรกัน?”
เฟิงหรูชิงผู้หญิงคนนี้ไม่รู้หรืออย่างไรว่า บรรดาคุณชายท่านหญิงเชื้อราชวงศ์เหล่านี้เกลียดนางเข้ากระดูก? เหตุใดนางจึงยังกล้ามาเผชิญหน้ากับพวกเขา?