มู่ชิงเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกกลัว นางกระวนกระวายใจจนแทบอยากร้องไห้ออกมา ถ้าเฟิงหรูชิงตบตีนางเสีย นางคงรู้สึกสบายใจกว่านี้ แต่เฟิงหรูชิงกลับพูดจาแบบนี้ออกมา จะไม่ทำให้รู้สึกกลัวได้อย่างไร
คนอื่นๆ ต่างก็ตกใจจนคุกเข่าลงกับพื้น แววตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย กลัวว่าถ้าองค์หญิงอันธพาลคนนี้โมโหขึ้นมา พวกเขาจะไม่มีโอกาสออกจากหอแห่งแรกอีกเลย
เฟิงหรูชิงขมวดคิ้วแรงขึ้น “พวกเจ้าลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!” ไม่มีใครกล้าขยับ
เฟิงหรูชิงหงุดหงิด “ถ้าพวกเจ้ายังไม่ลุกขึ้น ข้าจะสั่งให้คนจัดการพวกเจ้าเดี๋ยวนี้!”
กลุ่มคนหนุ่มคนสาวเห็นเฟิงหรูชิงกำลังจะโมโห จึงตกใจรีบลุกขึ้นยืน
ทันใดนั้นเฟิงหรูชิงก็ยิ้มพอใจ “ต้องขู่ให้พวกเจ้ากลัว พวกเจ้าถึงจะยอมทำตาม ที่ข้ามาวันนี้ ก็เพราะสนใจงานพบปะของพวกเจ้าเท่านั้น พวกเจ้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่ใช้ปีศาจกินคน”
“…”
เจ้าไม่ใช่ปีศาจกินคน แต่เจ้าน่ากลัวกว่าปีศาจเสียอีก
“อ้อ จริงสิ” เฟิงหรูชิงเอียงหน้ามองดูกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม “งานพบปะของพวกเจ้า ปกติพูดคุยเรื่องอะไรกัน”
เจาหยางตั้งสติได้เป็นคนแรก เขาหน้าซีด แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่เขาเคยมีต่อเฟิงหรูชิง
“วันนี้พวกเราพูดคุยกันเรื่อง…การแพทย์พ่ะย่ะค่ะ” การแพทย์?
เฟิงหรูชิงเอามือลูบคาง เรื่องนี้ นางรู้สึกสนใจ