ฟังก์ชันนี้ทำให้เจียงฉางเซิงนึกถึงภาพมายาตอนที่เขาผ่านด่านเคราะห์ก่อนหน้านี้ หรือว่าฟังก์ชันนี้จะพัฒนามาจากสิ่งนั้นกันแน่? แต่ในเวลานั้นเจียงฉางเซิงกลับไม่ได้ยินเนื้อหาของการเทศนา ทำให้เขารู้สึกเสียดายยิ่งนัก ในที่สุดตอนนี้เขาก็มีโอกาสอีกครั้งแล้ว
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะใช้ฟังก์ชันนี้ เพราะถึงอย่างไรตอนนี้ก็ยังไม่มีอุปสรรคใด ๆ สู้อดทนเพื่อรอปลดปล่อยครั้งใหญ่ในภายหลังเสียดีกว่า
เจียงจื่ออวี๋เดินเข้ามาคารวะต่อหน้าเขา จากนั้นก็กล่าวถึงจุดประสงค์การมาของตน
“จงรอเวลาอีกสักหน่อย วิถีเซียนเพิ่งเปิดออก เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบเปลี่ยนลมปราณให้เป็นพลังวิญญาณ”
เจียงฉางเซิงตอบกลับ เมื่อเจียงจื่ออวี๋ได้ยินดังนั้นแม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็เข้าใจว่าไม่ควรรีบเร่งเกินไป อย่างไรเสียเขาก็ได้ถามเพื่อพอจะรับมือกับผู้คนด้านล่างได้แล้ว
“ท่านพ่อ วิถีบำเพ็ญเซียนควรจะมีการแบ่งระดับขั้นกระมัง” เจียงจื่ออวี๋เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เจียงฉางเซิงมองเพียงแวบเดียวก็ล่วงรู้ความคิดของเขา ไม่ต้องฟังเสียงในใจเขาแม้แต่น้อย จึงเอ่ยปากถามขึ้นว่า “เจ้าอยากจะบำเพ็ญเคล็ดวิชาของข้าหรือ”
เจียงจื่ออวี๋แกล้งกระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ของท่านก็ได้ ขอเพียงแค่สูงกว่าเคล็ดวิชาของมหาพิภพจิตจรก็พอแล้ว”
ไป๋ฉีได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้าง หันไปมองเจียงฉางเซิงด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความหว