“เจ้าคิดได้แบบนี้ พ่อก็สบายใจ” เฟิงเทียนอวี้ยิ้ม “แต่ว่าก่อนนี้ข้ารู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของเจ้า ตอนนี้ได้รู้ว่าเจ้ากลายเป็นศิษย์ของกั๋วซือ ข้าก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะ ต้องเป็นเพราะกั๋วซือช่วยกล่อมเกลาเจ้า เจ้าถึงได้รู้ผิดชอบชั่วดีแบบนี้”
กั๋วซือ…กล่อมเกลานาง?
เฟิงหรูชิงหลับตาพริ้ม หากกั๋วซือยอมแก้ผ้าละก็ นางคงยินดีที่จะถูกเขากล่อมเกลา
“กั๋วซือดีมากเพคะ” เฟิงหรูชิงยิ้มตาหยี
กั๋วซือรูปงามขนาดนั้น ก็ต้องดีอยู่แล้วล่ะ
“ฝ่าบาท”
ในตอนนั้นเอง ขันทีนายหนึ่งรีบเดินเข้ามา เขาสะบัดแส้ ถวายบังคมแล้วพูดว่า “ท่านเสนาบดีมาขอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ”
เสนาบดี? พ่อของหลิ่วอวี้เฉิน?
เพราะเรื่องของหลิ่วอวี้เฉิน เฟิงหรูชิงจึงไม่อยากพบหน้าคนของจวนเสนาบดี นางคิ้วขมวดและพูดว่า “เสด็จพ่อ ถ้าอย่างนั้นหม่อมฉันทูลลาก่อนนะเพคะ ธุระของเสด็จพ่อสำคัญกว่า”
“ได้”
สีหน้าของเฟิงเทียนอวี้ราบเรียบ พูดเสียงแข็ง “ใครก็ได้ เรียกหลิ่วเฟยหงเข้ามา”
…
เมื่อเฟิงหรูชิงหันหลังจะเดินออกจากห้องทรงพระอักษร ก็มองไปเห็นหลิ่วเฟยหงที่ยืนรออยู่เงียบๆ หน้าประตูพอดี
หลิ่วเฟยหงคิดไม่ถึงว่าองค์หญิงจะหายปกติได้เร็วขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้เจอกันที่ห้องทรงพระอักษร ดังนั้น เมื่อเห็นหญิงสาวอวบอ้วนคนนั้นเดินออกมา สีหน้าของเขาดูเจื่อนๆ และถวายการคำนับด้วยท่าทีประหม่า
“ถวายพระพรองค์หญิง”