เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น คนอื่นๆ ไม่ทันได้รู้สึกอะไร มีเพียงหลิวหรงเท่านั้นที่สีหน้าเจื่อนไป
หลายปีมานี้ เฟิงหรูชิงโตมาข้างกายหลิวหรง แต่นางกลับพูดว่าไม่มีคนสอนหลักเหตุผลให้นางอย่างนี้ ไม่เท่ากับบอกให้คนอื่นรู้ว่า นางไม่ได้อบรมสั่งสอนเฟิงหรูชิงให้ดีหรอกหรือ
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าเจอเยียนเอ๋อร์แล้วใช่หรือไม่” เฟิงเทียนอวี้ใจเต้นแรง จึงจับมืออ้วนๆ ของเฟิงหรูชิงไว้แน่น
เฟิงหรูชิงเงยหน้าขึ้น มองไปที่เฟิงเทียนอวี้ด้วยรอยยิ้ม
ทั้งๆ ที่ใบหน้านี้ไม่ได้สวยงามอะไร แต่รอยยิ้มของนางดูราวกับดวงตะวัน สุกสว่างเหลือคณา
“เสด็จพ่อ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของหลิ่วอวี้เฉินหรอกเพคะ เป็นเพราะหม่อมฉันไม่รู้ความ รั้นจะแต่งงานกับเขาให้ได้ หม่อมฉันเป็นคนใจร้อน อวบอ้วนไม่น่าดู หลิ่วอวี้เฉินไม่ยินดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ดังนั้นเสด็จพ่ออย่าไปกริ้วตระกูลท่านเสนาบดีด้วยเรื่องนี้เลยเพคะ”
จะว่าไป ที่จริงแล้วหลิ่วอวี้เฉินไม่ได้ทำผิดอะไรมากมาย เขาแค่ถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับหญิงผู้มีชื่อเสียงฟอนเฟะคนหนึ่งด้วยความจำใจ อีกอย่างก็เป็นเพราะเฟิงหรูชิงคนก่อนนี้ที่เป็นฝ่ายตบตีถานซวงซวงก่อน ทั้งยังทำให้ฮูหยินท่านเสนาบดีต้องโมโหจนเป็นลมไป ส่วนหลิ่วอวี้เฉินลูกกตัญญูก็ขอหย่าเพราะความโกรธเท่านั้น
ถ้าไม่เป็นเพราะนางคนก่อนแข็งแกร่งและมีพลัง บัดนี้จวนเสนาบดีคงได้อยู่อย่างสงบสุขเช่นเดิมไปแล้ว