“เหลวไหล” เฟิงเทียนอวี้ขมวดคิ้วเบาๆ น้ำเสียงไม่พอใจ “ลูกสาวของข้า เป็นที่หนึ่งของแคว้นหลิวอวิ๋น เจ้าอย่าได้ดูถูกตัวเองเกินไป ต่อให้เจ้าจะอ้วนกว่าคนทั่วไปบ้าง แต่ก็อ้วนแบบดูดี ไม่มีใครงดงามเท่าลูกสาวข้าอีกแล้ว”
เฟิงหรูชิงตกใจ นางอดที่จะเบ้มุมปากไม่ได้ เป็นความจริงที่ในสายตาผู้เป็นพ่อ ลูกสาวย่อมงดงามและอ่อนโยนเสมอ หากคำพูดของเฟิงเทียนอวี้ได้ยินไปถึงหูของอาณาประชาราษฎร์ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะถูกเยาะเย้ยเช่นไร
“ฝ่าบาท นี่ก็สายมากแล้วเพคะ อีกไม่นานก็ต้องว่าราชกิจช่วงเช้าแล้ว” หลิวหรงค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปอยู่ข้างๆ เฟิงเทียนอวี้อย่างช้าๆ น้ำเสียงของนางอ่อนโยนเปรียบได้กับน้ำ
สีหน้าของเฟิงเทียนอวี้แสดงถึงความรำคาญเล็กๆ สายตาอันเย็นชาของเขามองผ่านใบหน้าของหลิวหรงไป แล้วมองดูที่เฟิงหรูชิงอีกครั้ง
“ชิงเอ๋อร์ นี่ก็สายมากแล้ว เดี๋ยวพ่อว่าราชกิจช่วงเช้าเสร็จแล้วจะมาเยี่ยมลูกใหม่นะ”
“เสด็จพ่อ หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเพคะ”
“ไม่ได้หรอก เจ้าเป็นลูกสาวของพ่อ พ่อก็ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าบ่อยๆ ” เฟิงเทียนอวี้ลุกขึ้นจากเตียง เขามีทีท่าน่าเกรงขาม ดูดุดัน
“ทหาร ช่วงนี้องค์หญิงไม่สบาย ถ้าไม่มีคำสั่งของข้า ใครก็ห้ามเข้ามารบกวนนางเด็ดขาด”
ตอนที่เขาพูดพร้อมหันหน้าไปมองที่หลิวหรง
ตอนที่ 6 เด็กน้อยน่ารักที่ผิวขาวผุดผ่องทั้งสอง (2)
คำว่าใครที่ว่านั้น แน่นอนว่ารวมถึงหรงกุ้ยเฟยด้วย