หลิวหรงรู้สึกเสียหน้า นางสูดหายใจเข้าออกลึกหนึ่งครั้ง ยิ้มเจื่อนๆ แล้วพูดว่า “ฝ่าบาท ชิงเอ๋อร์ยังไม่หายดี ต้องการคนดูแล ดังนั้น…”
“ดูแลนาง ให้พวกนางกำนัลคอยมาดู เจ้าไม่ต้องมาหรอก อีกอย่างตอนนี้ก็สายแล้ว เจ้าควรไปได้แล้ว อย่ารบกวนการพักผ่อนของชิงเอ๋อร์”
เฟิงเทียนอวี้หัวเราะแบบเย็นชา
หลิวหรงหน้าเจื่อน มือที่อยู่ข้างลำตัวกำแน่นไม่ให้ใครเห็น
“น้อมรับบัญชาเพคะ”
…
เมื่อเฟิงเทียนอวี้เดินออกไป คนอื่นๆ ก็เดินตามออกไปด้วย ตำหนักที่ประทับเงียบสงบ เหลือเพียง เฟิงหรูชิงที่กำลังเหม่ออยู่ตามลำพัง
ผ่านไปครู่หนึ่ง นางเหลือบตาลง มองดูข้อมืออ้วนๆ มุมปากที่ยิ้มเล็กๆ เจือปนด้วยความเศร้า
“ข้าไม่เคยคิดว่าชีวิตของข้าจะฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ชาตินี้ ข้าคงไม่มีโอกาสได้เจอน้องชายอีกแล้ว”
หือ?
ในระหว่างที่เฟิงหรูชิงเหม่อมองข้อมืออยู่นั้น ข้อมือของนางก็ปรากฏด้ายแดง ลักษณะรางๆ ขึ้น ด้ายแดงนี้มองเห็นไม่ชัดเท่าไรนัก มันปรากฏต่อสายตาของนางอย่างน่าประหลาดใจ
นี่…นี่มัน…
ดวงตาของเฟิงหรูชิงค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น ทันใดนั้น แสงสีแดงก็สว่างไปทั่วทั้งห้อง วินาทีนั้น เหมือนมีพลังบางอย่างดึงตัวนางขึ้นแล้วพาออกไปจากตำหนักที่ประทับ
แสงสีแดงจางหายไป เฟิงหรูชิงที่เดิมนอนอยู่บนเตียงหายตัวไปเมื่อไรไม่มีใครทราบ ส่วนในวังหลวงกลับดูสงบเรียบร้อยดี ราวกับว่าไม่มีใครรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในตำหนักที่ประทับเลยสักนิด
…