ท้องฟ้าสีคราม เมฆขาวลอยเลื่อน
เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวที่แว่วมารางๆ ตรงข้างหูเฟิงหรูชิง หนวกหูเสียจนทำหัวนางแทบระเบิด
“ทาสปลูกยาของพวกเรามาแล้ว ฮ่าๆ ต่อไปไม่ต้องกลัวไม่มียากินแล้ว”
“นี่มันผ่านไปกี่ปีแล้ว ฮ่าๆ ข้าเกือบลืมรสชาติของยาไปแล้ว ยังดีคนที่เราปล่อยไว้ที่นี่ยังพอมีประโยชน์ ในที่สุดก็จับทาสปลูกยามาให้พวกเราจนได้”
“รีบปลุกนางให้ตื่นขึ้นมาปลูกยาให้พวกเรากิน ข้าหิวจนผอมโซแล้ว ถ้าต้องอดไปอีกเป็นร้อยปี ข้าเกรงว่าจะกลายเป็นกองกระดูกเสียก่อน”
เสียงนั่นดังอยู่นาน ราวกับเสียงยุงกับแมลงวันบินไปมา หนวกหูเสียจนเฟิงหรูชิงขมวดคิ้ว แล้วค่อยๆ ลืมตาทั้งสองขึ้น
ชั่ววินาทีนั้น แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้า สว่างจ้าเสียจนเฟิงหรูชิงลืมตาไม่ขึ้น นางรีบใช้มือป้องดวงตาไว้ รอจนปรับสายตากับแสงนั้นได้จึงค่อยๆ วางมือลง
แต่ว่า…
พอเห็นเด็กน้อยสองคนที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตอนไหน เฟิงหรูชิงอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะถามไปโดยสัญชาตญาณว่า “พวกเจ้าเป็นใครกัน”
ตรงหน้าเป็นเด็กสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ผิวขาวผุดผ่องดูน่ารัก ตาโตดูมีประกาย ราวกับดวงดาวบนฟากฟ้าในยามราตรี
แต่เด็กน้อยสองคนนี้ที่เห็นว่าใสซื่อบริสุทธิ์ เมื่อนึกคำพูดของพวกเขาเมื่อสักครู่ เฟิงหรูชิงก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว ห้ามอาการตัวสั่นไว้ไม่อยู่
นั่นใช่เด็กที่ไหนกัน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นปีศาจเฒ่าสองตนที่ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มานานแค่ไหนแล้ว