“ได้ยินเธอพูดแบบนี้ทุกวันจนฉันหูอื้อไปหมดแล้ว” อวี้ซีเหิงเอนหลังพิงรถเข็น “มีคำศัพท์ใหม่ๆ อีกหรือไม่”
“ครั้งนี้ไม่เหมือนนะ”
“ไม่เหมือนที่ใด”
ซือฝูชิงเคร่งขรึมจริงจัง “ครั้งนี้ฉันจริงใจมากขึ้น”
เฟิ่งซานที่กลับมาทันได้ยินประโยคนี้พอดี “…”
“จริงใจมากขึ้น?” อวี้ซีเหิงยืดตัวตรงอย่างวางท่าแสดงบารมีพลางมองเธอ “ถ้าอย่างนั้นก่อนหน้านี้เธอไม่ได้จริงใจอย่างนั้นหรือ”
“ก็ต้องจริงใจอยู่แล้วสิ หนึ่งส่วนบ้าง สองส่วนบ้าง” ซือฝูชิงกระแอมเบาๆ สองครั้ง “คนเราจะมอบความจริงใจให้คนอื่นง่ายๆ ได้ยังไงกัน คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอคะเจ้านาย?”
“ใช่” อวี้ซีเหิงชะงักไปเล็กน้อย “พี่น้องยังสามารถเข่นฆ่ากันเองเพื่ออำนาจ”
เขาอดนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ในชาติที่แล้วไม่ได้
เขาไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้องค์ก่อน กระทั่งไม่ได้สิทธิ์ในการสืบทอดบัลลังก์ แถมยังถูกส่งตัวไปอยู่ที่วัดโฝวเหมินไม่ได้กลับวังเป็นเวลาหกปี
จนกระทั่งต่อมาเขาถูกบีบบังคับให้เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อแย่งชิงบัลลัก์ระหว่างโอรสทั้งสิบหกคน
ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว
แพ้คือตายหรือไม่ก็ติดคุก
เขาต้องชนะเท่านั้น
“ตระกูลใหญ่ๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งทั้น เจ้านายอย่างได้เศร้าใจไปเลย” ซือฝูชิงคิดว