กู่เหวินจู๋ลุกขึ้นยืนทันที รูม่านตาของเขาหดลงเล็กอย่างรุนแรง นิ้วมือที่จับคอมพิวเตอร์ออกแรงเสียจนขาวซีดและสั่นเทา
เลขาฯ ตกใจเพราะไม่เคยเห็นชายชราผู้นี้เสียอาการแบบนี้มาก่อน “อาจารย์กู่?”
“เธอนั่นเอง…” กู่เหวินจู๋พึมพำ “ที่แท้ก็เป็นเธอ”
เขาราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรงอย่างฉับพลันจนต้องทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
เลขาฯ รีบยื่นมาเข้ามาช่วยพยุงแต่กลับถูกกู่เหวินจู๋ขวางไว้ “ทิ้งอีเมลนี่ไว้แล้วออกไปได้”
“ครับอาจารย์” เลขาฯ ออกไปพร้อมกับความสงสัยว่ากู่เหวินจู๋เห็นอะไรกันแน่
กู่เหวินจู๋สงบสติอารมณ์พักหนึ่งก่อนจะเปิดเอกสารที่แนบมากับอีเมล
ข้างในเป็นภาพร่างแบบสองฉบับ
มันไม่เพียงระบุขนาดร่างกายต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเขียนอย่างเฉพาะเจาะจงว่าตรงไหนควรใช้วัสดุอะไร กระทั่งเขียนว่าจะต้องใช้นักออกแบบคนไหนในการทำงาน ละเอียดเสียจนไม่อาจละเอียดมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
กู่เหวินจู๋ดูเสร็จก็แค่นเสียงออกมาเล็กน้อย “มีแต่เจ้าเด็กบ้านั่นเท่านั้นที่จะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้”
มีคนนอกเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าอวิ๋นหลานยังเป็นนักออกแบบหลักของหลานด้วย
นักออกแบบหลักของหลานมีอยู่น้อยคนจนสามารถนับนิ้วได้
อวิ๋นหลานออกแบบชุดเพียงสิบชุด