งเวที
สายตาของเขากลับจอจ่ออยู่ที่จุดเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ
เอวของหญิงสาวนั้นพริ้วไหวอย่างไม่น่าเชื่อ
เขาเห็นเธอเล่นดนตรีด้วยดวงตาที่เปล่งประกายราวกับดวงดาว
ยากที่ใครก็ตามจะละสายตาไปจากเธอได้
เฟิ่งซานรู้สึกสงสัยอย่างมาก “พี่เก้าเห็นอะไรมั้ย มือกลองที่อยู่ข้างคุณซือเป็นใครเหรอครับ”
“อืม” อวี้ซีเหิงดูเบื่อหน่าย “ชายสูง ร้อยแปดสิบเซ็น สวมหน้ากาก ยังมองเห็นหน้าไม่ชัด แต่พิจารณาจากระดับการงอขาของเขา น่องขวาและเข่าของเขาเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน”
เฟิ่งซาน “…”
ไม่…เขาไม่น่าถามพี่เก้าเลยจริงๆ
เพราะจุดสนใจของพี่เก้าแตกต่างจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
“ฮือๆๆ อาเก้าดูสิคะ!” อวี้ถังตื่นเต้นมากจนน้ำตาไหล “อาเห็นมั้ยคะ ชิงชิงสุดยอดไปเลย เธอเล่นเครื่องดนตรีได้ดีขนาดนี้ด้วย ยังมีอะไรที่เธอทำไม่ได้อีก!”
น้ำเสียงของอวี้ซีเหิงเรียบนิ่ง ฟังไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน “ทำกับข้าว”
“ฉันไม่เชื่อ!” อวี้ถังพูดเสียงดัง “อาเก้าจะต้องใส่ร้ายชิงชิงแน่ๆ!”
“อะแฮ่ม…” เฟิ่งซานกระแอมเล็กน้อย “คุณหนูอวี้ถัง เรื่องนี้จริงนะครับ ครั้งสุดท้ายที่คุณซือบอกว่าตั้งใจจะทำอาหารให้พี่เก้า จากนั้นเธอก็ทำครัวระเบิด”
สุดท้ายวันนั้นพวกเขาก็ต้องสั่งอาหารม