่แรกแล้ว
ในที่สุดเฟิ่งซานก็ได้เห็นคนของพันธมิตรพันกองทัพเป็นครั้งแรก
เขาไม่ค่อยถูกชะตากับซังลู่เท่าไร “คุณซือ เขาดูไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อเลย ผมไปบอกกับพี่เก้าสักคำดีไหม ให้ทางเราส่งคนมาดีกว่ามั้ง”
“ฉันไม่มีกล้ามเนื้อ? แน่จริงก็มาสิ!” ซังลู่ยืดคอด้วยความไม่พอใจ “มาต่อยกันสักตั้ง!”
“ต่อยก็ต่อย” เฟิ่งซานรีบถอดเสื้อแขนยาวออกทันที จากนั้นก็พากันไปต่อยตีตรงบริเวณข้างๆ
ดูจากผิวเผินแล้ว ก็คือคนคุ้มกันสองคนที่กำลังรบราชิงดีชิงเด่นภายในกันเอง
แต่ความเป็นจริง คือคลื่นใต้น้ำระหว่างตระกูลมั่วและพันธมิตรพันกองทัพที่มีอิทธิพลทั้งสองฝ่ายกำลังปะทะกัน
เฟิ่งซานอยากรู้เป็นอย่างมากว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้ สรุปแล้วฝ่ายไหนเหนือกว่ากันแน่
ซือฝูชิงขึ้นไปนั่งบนรถ จากนั้นก็หยิบขนมช็อกโกแลตออกจากกล่องมาหนึ่งชิ้นพลางเหลือบมองทั้งสองคน “พวกเขาปัญญาอ่อนซะจริง”
อวี้ซีเหิงได้ยินแล้วก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น “ปัญญาอ่อนจริงๆ ด้วย”
ส่วนอวี้ถังที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับกำลังปรบมือเชียร์โดยที่ไม่กลัวว่าเรื่องจะบานปลายเลยแม้แต่น้อย “ต่อยเลย! ต่อยเลย!”
ผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งสองก็พากันกลับมา
ใบหน้าของเฟิ่งซานเขียวเป็นวงกว้าง ส่วนซังลู่ใบหน้าบวมจมูกช้ำ
“คุ