องนายอยู่”
ไม่ใช่เพราะมู่ชิงเมิ่งกำชับแต่เพราะนับถือซือฝูชิงจากใจจริง
ตอนนี้เริ่มมีสมาชิกเกิดความไม่พอใจก็เลยร้องเรียนเจียงสุ่ยหัน
ซังลู่ได้ยินแล้วก็ตื่นตัวขึ้นมา “ผมรู้ครับ! ผมไม่มีทางยอมให้แผนร้ายของคนพวกนั้นสำเร็จอย่างแน่นอน!”
ยังดีที่เขาเป็นคนปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ รักษาทุกโอกาส
เจียงสุ่ยหันพยักหน้าเบาๆ “ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้โควตาของค่ายวายร้ายสมัครค่อนข้างยาก อายุนายก็เกินเกณฑ์ฝึกแล้วด้วย ไว้ฉันจะช่วยดูให้”
“ขอบคุณครับหัวหน้าเจียง” ซังลู่พูดจบก็โค้งตัวขอบคุณ “นี่ เสี่ยวไป๋ นายว่าทำไมคุณซือถึงได้เก่งขนาดนี้นะ จะว่าไปแล้วนายเป็นสุนัขพันธุ์อะไรกันแน่ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน”
เสี่ยวไป๋ยกกรงเล็บขึ้นมาตะปบหัวเขาไปหนึ่งที
ซังลู่เจ็บไปทั้งศีรษะ จากนั้นก็เห็นเสี่ยวไป๋กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ดูถูกและเหยียดหยาม ราวกับกำลังพูดว่า…
เรียกปะป๊าสิลูก
ซังลู่ “…”
ไม่แปลกใจเลยที่เป็นสุนัขของคุณซือ
นิสัยใจคอเหมือนกันอย่างกับแกะ
**
วันถัดมา
กลางคืน การแข่งขันรอบคัดเลือกก็ได้เริ่มต้นขึ้น เด็กฝึกพากันฝึกซ้อมอย่างเข้มงวด
“ลู่เยี่ยน นายนี่เสี่ยงจริงๆ” เด็กฝึกที่อยู่อันดับเก้าของแถวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม